สาวจีนหายตัว! สวนเสือ "ไม่อยากกลับประเทศ" เครียดถูกบังคับทำประกัน หวั่นถูกฆ่า
13 ก.ย. 2559 | wanchat

ชลบุรี - สาเหตุหลักที่นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนหายตัวสวนเสือ ไม่อยากเดินทางกลับประเทศ เครียดถูกบังคับทำประกัน หวั่นถูกฆ่าเมื่อกลับประเทศ
ข่าว
13 ก.ย. 2559 | wanchat

ชลบุรี - สาเหตุหลักที่นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนหายตัวสวนเสือ ไม่อยากเดินทางกลับประเทศ เครียดถูกบังคับทำประกัน หวั่นถูกฆ่าเมื่อกลับประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่ามประจำสวนเสือศรีราชา พูดคุยกับ นางเกาลี่ผิง ซึ่งพบว่า มีอาการเครียดมาก เนื่องจากมีปัญหาครอบครัวที่หย่ากลับสามี เลยเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย โดยลงเครื่องที่สนามบินอู่ตะเภา เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา แล้วมาซื้อกรุ๊ปทัวร์ที่พัทยา ก่อนที่จะมาเที่ยวภายในสวนเสือศรีราชา แล้วไม่กลับเข้ากรุ๊ปทัวร์ เนื่องจากสุขภาพจิตและสับสนในชีวิต โดยมีคนในประเทศจีนบังคับให้เธอไปทำประกันชีวิตไว้ แล้วคนที่บังคับเป็นผู้รับผลประโยชน์ ถ้าตนเองเป็นอะไรไป จนถึงแก่ชีวิต คนที่บังคับให้ทำ จะรับผลประโยชน์จะได้รับเงินคิดเป็นเงินไทยหลายล้านบาท จึงเกิดความกลัวว่า ถ้ากลับไปประเทศจีน จะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต จากการถูกปองร้ายของผู้รับผลประโยชน์จากการทำประกันชีวิตไว้
ด้วยเหตุผลนี้ จึงพยายามหาทางออกจากกรุ๊ปทัวร์ โดยหลบหนีจากกรุ๊ปทัวร์ดังกล่าว โดยลอดรั้วลวดหนามของสวนเสือศรีราชาเข้าไปในป่าที่รกร้าง ริมสวนเสือศรีราชา โดยการเดินเท้าจนเจองูในป่า จึงหลบอยู่และเดินหลงป่าเกือบ 2 วัน จึงพบกระต็อบและเห็นมีโอ่งน้ำ จึงซักผ้าตาก จนมีคนไปพบดังกล่าว และแจ้งทางเจ้าหน้าที่ให้มารับตัวส่งกลับประเทศ
ทาง พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.หนองขาม ได้ประสานทางตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ให้ประสานกับทางสถานฑูตจีนมารับตัว นางเกาลี่ผิง อายุ 36 ปี กลับไป เพื่อให้ทางสถานฑูตจีนได้ส่งตัวกลับไปยังประเทศจีนต่อไป
โดยในตอนนี้ ทางตำรวจท่องเที่ยวพัทยาได้ส่งตัว นางเกาลี่ผิง มาเช็คร่างกาย ตรวจสุขภาพก่อน ที่โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา เนื่องจากว่า ร่างกายอ่อนเพลีย และไม่ได้รับประทานอาหาร และดื่มน้ำมากกว่า 2 วัน และทางตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ได้นำตัวไปนอนพักฟื้นต่อ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เพื่อรอสถานกงศุลจีน และเจ้าหน้าที่สถานฑูตจีน มารับตัว
นางเกาลี่ผิง ไม่ยินยอมเดินไปที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เนื่องจากไม่อยากกลับไปประเทศจีน กลัวจะถูกปองร้ายจากผู้รับผลประโยชน์จากการทำประกันชีวิตไว้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพญาไทยศรีราชา กับทางฝ่ายปกครองอำเภอศรีราชา ก็พยายามช่วยกันนำตัวขึ้นรถพยาบาล เพื่อนำตัวไปที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาจนได้