เนชั่นทีวี

ข่าว

"กฤษฎีกา"เผย"กม. 7 ชั่วโคตร"เนื้อหาเข้มข้น แต่สมเหตุสมผล

13 ก.ย. 2559 |

"กฤษฎีกา"เผย"กม. 7 ชั่วโคตร"เนื้อหาเข้มข้น แต่สมเหตุสมผล

"เลขาฯกฤษฎีกา" เผยแก้ร่างเดิมของ "กม. 7 ชั่วโคตร" ตามที่"สปท."เสนอมาพอได้พอสมควร จ่อชง"สนช."เร็วๆ นี้ เผยเนื้อหาเข้มข้น แต่สมเหตุสมผล ชี้เป็นระบบป้องกัน บอกข้อห้ามเหมือนต่างประเทศ

13 ก.ย. 59 - นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. ... หรือกฎหมาย 7 ชั่วโคตร ว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอแนะของบางหน่วยงานที่มีข้อท้วงติงในบางประเด็นเกี่ยวกับร่างดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกามีการปรับแก้จากร่างเดิมที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)เสนอมาพอสมควร อาจมีการเขียนเพิ่มบางมาตราเข้าไป เพื่อขยายให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น 
สำหรับบทลงโทษที่หลายฝ่ายเห็นว่ามีความรุนแรงนั้น นายดิสทัต  กล่าวว่า   ยังไม่ได้พิจารณาในรายละเอียด ยอมรับว่าเนื้อหาในภาพรวมมีความเข้มข้นแต่สมเหตุสมผลมากขึ้น ส่วนที่มีการยกตัวอย่างที่เข้าข่ายความผิด เช่น การนำโทรศัพท์ส่วนตัวไปชาร์จไฟหลวง การใส่ซองตราครุฑให้งานแต่ง หรือ การใช้รถหลวงนั้น เป็นเรื่องที่แต่ละหน่วยงานต้องไปกำหนดรายละเอียด โดยกฎหมายดังกล่าวจะวางหลักเกณฑ์กลางในภาพรวมเอาไว้ ส่วนข้อบังคับรายละเอียดจะไปกำหนดไว้ในกฎหมายลูก ตนจึงตอบไม่ได้ว่ากำหนดโทษจะลงไปในรายละเอียด อย่างที่มีข่าวออกมาหรือไม่ แต่กฎหมายประเภทนี้ต้องดูที่เจตนา  นายดิสทัต กล่าวอีกว่า กฎหมายที่จะออกมาเป็นการสร้างระบบป้องกันเอาไว้ก่อนเหมือนในต่างประเทศที่กฎหมายจะบอกข้อห้ามเอาไว้ก่อนว่ากรณีใดถือว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่และปัจจุบันในรัฐวิสาหกิจ ก็ให้มีการแสดงไว้ก่อนว่าได้ไปถือหุ้นไว้ที่ใด กำหนดเอาไว้ว่ามีเรื่องใดบ้างที่จะต้องชี้แจงก่อนซึ่งเป็นระบบที่ป้องกันหากมาตรวจสอบทีหลังจะทำได้ยากและไม่ชัดเจน โดยกฎหมายดังกล่าวครอบคลุมผู้กระทำการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ไปจนถึงผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ว่าใครมีส่วนได้เสียที่จะเข้ามาอยู่ในลักษณะผลประโยชน์ขัดกันหรือเป็นบุคคลที่ใช้อำนาจรัฐ ว่าครอบคลุมอะไรบ้าง จึงต้องกำหนดให้ชัดเจน ถือเป็นหลักการเดิม  "ระบบที่ดี คือระบบที่ให้ทุกคนเข้าใจ จะชัดเจนได้ต้องสร้างคู่มือในการกำหนดความขัดแย้งของผลประโยชน์ เพื่อให้ทุกคนทราบล่วงหน้า ว่ากรณีใดบ้างเข้าข่ายบ้าง ไม่เช่นนั้นจะไม่รู้ว่าขอบเขตแค่ไหนเพียงไร" นายดิสทัต กล่าวและว่า คาดว่าเร็วๆนี้ จะสามารถนำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเสนอกลับเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วเข้าที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ก่อนส่งสนช.พิจารณา

ข่าวล่าสุด