ด้านนางสาวนฤดี จอดสันเที๊ยะ เมื่อวันที่8ส.ค.59ที่ผ่านมาขณะที่ตนเรียนพละวิชาตะกร้อและครูไพฑูรย์ แกลงกระโทก ครูพละได้ให้นั่งต่อแถวอยู่และเวลา09.00น.ได้มีแดดส่องมาที่ตนนั่งอยู่ตนพร้อมเพื่อนๆจึงลุกขึ้นเพื่อหลบแดดและครูไพฑูรย์ ซึ่งอยู่ในห้องมองผ่านกระจกออกมาเห็นพวกตนยืนอยู่เหมือนกับขัดคำสั่งได้เดินออกมาและหยิบแก้วกาแฟเซรามิคที่อยู่บนโต๊ะขว้างมาถูกตนเองที่กกหูด้านซ้ายซึ่งเวลานั้นตนเองรู้สึกเจ็บแต่ก็คงไม่เป็นอะไรมาก และยังมาด่าว่าพวกมึงจะยืนกันทำไม ขัดคำสั่งเหรอมึงรู้ไหมกูกะจะปาให้หัวมึงแตกเลย จากนั้นตนก็เรียนตามปกติจนเช้าวันที่9ส.ค.59ตนรู้สึกเจ็บมากขึ้นจึงได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลประจำอำเภอซึ่งแพทย์บอกว่ากล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทโดยไม่รู้ว่าจะหนักมาแค่ไหน จึงส่งตัวของตนไปที่โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมาเพื่อเอ็กซเรย์ดูว่าเมื่อกระดูกแตกไหม ก็ไม่แตก
หลังจากนั้นตนจึงได้ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเอกชนซึ่งทางโรงพยาบาลเอกชนบอกว่าต้องผ่าตัดและค่ารักษาประมาณ3-4แสนบาท และมีการพูดคุยตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายค่ารักษากันกับทางโรงเรียนโดยโรงเรียนบอกว่าจะให้แค่8หมื่นบาทซึ่งตนเองคิดว่าไม่พอและทุกวันนี้ยังไม่ได้เงินจากทางโรงเรียนเลย นอกจากนี้ครูไพฑูรย์ แกลงกระโทก ครูพละก็ยังไปสอนนักเรียนตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยตนได้ไปแจ้งความกับทางสถานีตำรวจภูธรโชคชัยแล้วแต่คดีก็ยังไม่คืบ
ที่ตนเองมาร้องเรียนมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรีในวันนี้ก็อยากจะให้ช่วยเรื่องการเยียวยาค่ารักษาและให้ดำเนินการกับครูพละที่ก่อเหตุในครั้งเพื่อที่จะไม่เป็นแบบอย่างกับครูคนอื่นอีกต่อไปด้วย