กทม.-สธ. เร่งควบคุมไวรัส"ซิกา" เฝ้าระวัง 4 กลุ่มเสี่ยง หลังพบผู้ป่วยในสาทร 22 ราย

กทม.-สธ.เร่งควบคุมไวรัส"ซิกา"เตือนเฝ้าระวัง4กลุ่มเสี่ยงหลังพบผู้ป่วยในสาทร22รายรอผลตรวจอีก30คนแนะทำลายแหล่งลูกน้ำตัดวงจร"ยุงลาย"แพร่เชื้อ
ข่าว
เบื้องต้นทราบว่าผู้เป็นแม่ปลอดภัยแล้วแต่จะต้องตรวจสอบเด็กที่อยู่ในครรภ์ว่ามีผลกระทบกับสมองหรือไม่ขณะเดียวกันใน 21 รายมีจำนวน 3 รายที่เดินทางไปยังต่างจังหวัดจึงได้ประสานสธ.ลงพื้นที่สอบสวนและควบคุมโรคต่อไป ส่วนที่เหลือในพื้นที่เขตอื่นๆ กทม.จะประสานสำนักงานเขตให้ตรวจสอบในพื้นที่ว่ามีบุคคลใดสัมผัสผู้ป่วยเพิ่มเติมหรือไม่ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานเพิ่มเติม
"ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือผู้ป่วยไม่ให้เดินทางในระหว่างที่มีไข้ ส่วนที่กทม.ขอไม่ระบุเขตที่มีผู้ป่วยเพราะต้องการให้ทุกเขตเตรียมความพร้อมในการดูแลและป้องกัน อย่างไรก็ตามในพื้นที่เขตสาทรมี 2 ศูนย์บริการสาธารณสุขโดยกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ส่งทีมเข้ามาเพิ่มเติมพบว่ามีแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำสูงมากแต่ขณะนี้ลดลงแล้ว"พญ.วันทนีย์กล่าว
พญ.วันทนีย์ กล่าวต่อว่า สำหรับอาการของโรคไวรัสซิกาไม่ทำให้มีอาการรุนแรงถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตแต่จะมีการอาการมีไข้ปวดข้อออกผื่นตาแดง จึงต้องเฝ้าระวังอาการใน4กลุ่มเสี่ยงได้แก่1.หญิงตั้งครรภ์ 2.เด็กทารก 3.กลุ่มที่มีอาการโรคปลายประสาทอักเสบและคนไข้ที่ปวดข้อตาแดงอยู่แล้ว และ 4.กลุ่มคนไข้ที่มีไข้ปวดข้อออกผื่นตาแดงที่สำคัญไวรัสไข้ซิกาและโรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ
ดังนั้น จึงขอความร่วมมือประชาชนสถาบันการศึกษาสถานที่ทำงานทุกแห่งช่วยกันดูแลพื้นที่ไม่ให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเพื่อตัดวงจรการเพาะพันธุ์และการแพร่ระบาดเนื่องจากไม่ว่าสถานที่ใดมียุงลายถือว่ามีความเสี่ยงทั้งหมด อย่างไรก็ตามไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก หากภายใน 30 วัน ไม่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มเติม กทม.ถือว่าควบคุมโรคได้แต่หากมีผู้ป่วยเพิ่มเติม กทม.จะควบคุมโรคอย่างเข้มข้นต่อไป
ด้าน น.พ.วงวัฒน์ กล่าวว่า กรณีเคสที่สาทรเมื่อพบผู้ป่วย สำนักอนามัยลงพื้นที่ตรวจสอบว่ามีบุคคลใดสัมผัสผู้ป่วยเพิ่มเติมหรือไม่เพราะโรคดังกล่าวติดต่อทางยุงลายผู้ที่ติดเชื้อจะมีไข้1สัปดาห์จึงเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ป่วยถูกยุงกัดเนื่องจากผู้ป่วยยังมีเชื้ออยู่ในกระแสเลือดอยู่ จากนั้นได้กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำในรัศมี 100 เมตรจากบ้านผู้ป่วยเพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อขณะเดียวกันได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบและช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำตลอดจนควบคุมและติดตามสถานการณ์จนกว่าเหตุจะสงบลง
ขณะที่ น.พ. อนุตรศักดิ์ กล่าวว่าตั้งแต่ต้นปี 2559 จนถึง 31ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ป่วยทั่วประเทศจำนวน 97 รายใน 16 จังหวัดแต่สถานการณ์ขณะนี้ควบคุมได้โดยมี 12 อำเภอใน 6 จังหวัดที่อยู่ระหว่างควบคุมและค้นหาผู้ป่วยซึ่งหน่วยงานรัฐจะร่วมกันเฝ้าระวังและป้องกันอย่างเข้มแข็งให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด