หลังจากนั้นนายอำพรกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อยากจะฝากไปถึงผู้บริหาร อธิการบดี คณบดีของมหาวิทยาลัย ให้ตระหนักถึงการรับน้อง อย่างนี้ถือว่าแย่สุดๆ และอยากจะฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วย ควรเอาใจใส่ในเรื่องของการรับน้อง เพราะมีกิจกรรมที่สร้างสรรค์มากกว่านี้
"ส่วนอาการของลูกชายนั้นแพทย์ได้บอกว่า อาการดีขึ้นตามลำดับ แต่ต้องใช้เวลา รวมทั้งจะต้องดูแลในเรื่องสมองว่าได้รับการกระทบกระเทือนหรือไม่ ยอมรับว่าเมื่อได้รับโทรศัพท์ว่าลูกจมน้ำ ทำใจไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาคิดเสมอว่าเมื่อลูกเข้ารั้วมหาวิทยาลัยแล้วจะมีความปลอดภัยมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เพราะหากเป็นมหาวิทยาลัยใน 3 จังหวัดชายแดนใต้คงต้องทำใจมากกว่านี้ เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างนี้แล้ว อยากจะฝากไปถึงผู้บริหารทุกระดับให้ดูแลเรื่องการรับน้องให้มากกว่านี้ คนไม่ใช่พ่อแม่ไม่รู้หรอกว่าหากลูกมีปัญหาอย่างนี้แล้วจะคิดอย่างไร เว้นแต่จะโดนด้วยตัวเอง"
ทางด้านแม่ของนายโชคชัย ขณะนี้ยังทำใจไม่ได้ และไม่สามารถกล่าวอะไรได้
ขณะที่น้าสาว กล่าวว่า แพทย์กำลังดูแลอย่างใกล้ชิด พบว่าน้ำเข้าไปในปอดทำให้ติดเชื้ออย่างรุนแรง ส่วนอาการยังสลึมสลือ รู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ว่าเป็นฤทธิ์ยาหรือเปล่า ส่วนการดำเนินคดีนั้นยังไม่ได้คิด สนใจกับน้องโชคชัยก่อนลุ้นให้อาการดีขึ้น หลังจากนั้นจะคุยกันอีกครั้งหนึ่ง