พล.ต.ต.ทนัย กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันที่ 7 ก.ย.59 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้จับกุมนายพงศกร หรือโจ (บ้านไร่) ปันแจ่ม อายุ 39 ปี ที่อยู่ 184 ม.11 ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง น.ส.กรณิการ์ สุวรรณ์ อายุ 25 ปีอยู่บ้านเลขที่ 199/284 ม.2 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่นายวิวัฒน์กิจ ศรีสุวรรณ์ อายุ 26 ปีอยู่บ้านเลขที่176 ม.4 ต.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปางพร้อมด้วยของกลางไอซ์รวมน้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม ยาบ้ารวมยาบ้าจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 225,000 เม็ด
จากนั้นได้ทำการสืบสวนเพื่อขยายผลจับกุมกลุ่มขบวนการผู้ค้ายาเสพติดของ โจ บ้านไร่ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสืบทราบว่าน.ส.กวินชิดา และนายเอก ซึ่งพักอาศัยอยู่ใน กทม. เป็นกลุ่มผู้ค้าเดียวกับ โจ บ้านไร่ คอยรับคำสั่งส่งยาเสพติดในเขตพื้นที่ กทม. และใกล้เคียง จึงได้วางแผนจับกุม โดยให้สายลับติดต่อล่อซื้อเคตามีนจำนวน 1 ขวด ประมาณ 1 ลิตร ในราคาขวดละ 80,000 บาท และนัดส่งมอบเคตามีนที่บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.
พล.ต.ต.ทนัย กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงได้วางกำลังในพื้นที่โดยรอบ และเฝ้าสังเกตการณ์ เมื่อถึงเวลานัดหมาย สายลับพร้อมเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่บริเวณศูนย์อาหารห้างสรรพสินค้า โดยสายลับโทรศัพท์ติดต่อว่า มาถึงจุดหมายแล้วนั่งรออยู่ที่บริเวณภายในศูนย์อาหาร จากนั้น น.ส.กวินชิดา ได้เดินเข้ามาพบกับสายลับและเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ พร้อมกับได้พูดคุยกันและตรวจนับเงินที่ใช้ในการล่อซื้อ จนเป็นที่พอใจ
โดย น.ส.กวินชิดา ได้แยกตัวออกไป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่เฝ้าสังเกตการณ์ จึงได้ติดตามสะกดรอยไป น.ส.กวินชิดาฯ ได้เดินเข้าไปภายในร้าน KFC พบกับนายเอกฯ โดยนายเอก ได้ยื่นถุงกระดาษ สีน้ำตาลส่งให้กับน.ส.กวินชิดาฯ
จากนั้น น.ส.กวินชิดา ได้เดินกลับมาพบสายลับ และได้ส่งมอบถุงกระดาษสีน้ำตาล ซึ่งภายในบรรจุเคตามีน เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ของกลาง จึงได้ส่งสัญญาณให้ชุดสืบสวนเข้าทำการจับกุม น.ส.กวินชิดา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าทำการจับกุมนายเอก ภายในร้าน KFC จากนั้นได้นำตัว น.ส.กวินชิดา ไปทำการตรวจค้นห้องพักเลขที่ 118 เลขที่ 10/118 THE UNIQUE 10 ชั้น 8 ซอยลาดพร้าว 10 แขวงจอมพล เขตลาดพร้าว กทม. ตรวจค้นพบของกลาง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมด
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบสวนน.ส.กวินชิดา ไม่ขอเปิดเผยข้อมูลใดๆ รับเพียงว่า ตนมีสามีที่ติดคุกอยู่ในเรือนจำคลองเปรม ตนมีหน้าที่คอยติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับนายพงศกร และนำเงินส่งไปให้สามีในเรือนจำเท่านั้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา "ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย" ข้อหา "มียาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย มียาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย" จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีต่อไป