เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 8 ก.ย. ร.ต.อ.ภราดร เพ็งคต รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางบ่อ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย นายยโสธร สุขประสงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการไฟฟ้านครหลวง เขตบางพลี และเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าเข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดไฟฟ้ารั่วจนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว
นายยโสธร สุขประสงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการไฟฟ้านครหลวง เขตบางพลี กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บริเวณจุดเกิดเหตุมีการเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วนั้น น่าจะเกิดจากการต่อพ่วงสายไฟฟ้าจากหม้อแปลงไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งมีอายุการใช้งาน และลักษณะการใช้งานไม่ตรงตามที่ควรใช้ จึงทำให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วที่เสาไฟฟ้าที่ตั้งอยู่บริเวณริมเขื่อน ประกอบกับเสาไฟฟ้าเป็นเหล็ก เชื่อมต่อกับสแตนเลสกันตกริมคลอง ทำให้กระแสไฟฟ้าที่รั่วเกิดการไหลเชื่อมไปยังเสาต้นอื่นๆ เมื่อมีผู้มาจับ หากไม่สวมรองเท้าเพื่อป้องกันการไหลของไฟฟ้าภายในร่างกาย ในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากไฟฟ้าดูดเมื่อคืนก่อน คาดว่า เกิดจากผู้ตายใช้มือเปียกจับบริเวณราวเหล็กที่มีไฟฟ้ารั่ว อีกทั้งไม่มีการสวมรองเท้า ทำให้ไฟฟ้าดูดจนเสียชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม หลังการตรวจสอบการเดินสายไฟฟ้าดังกล่าว เป็นการเดินสายไฟฟ้าที่ไม่มีการผ่านมิเตอร์วัดไฟฟ้า ซึ่งไม่ใช่การต่อของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าแน่นอน จึงจะได้ดำเนินการสอบถามไปยังเทศบาลตำบลบางบ่อ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อมาดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง และเกิดความปลอดภัยแก่ประชาชน และให้เจ้าหน้าที่ตัดการจ่ายไฟฟ้าไว้ก่อน ในส่วนของการไฟฟ้านครหลวงเขตบางพลี ได้ให้นายช่างเวรเดินทางเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.บางบ่อ กับทางเทศบาลตำบลบางบ่อ ในข้อหา "บรรจบไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต" ซึ่งมีโทษปรับ 5,000 บาท และให้ทางทีมกฎหมายดำเนินการเก็บค่าไฟฟ้าย้อนหลังทั้งหมดกับทางเทศบาลตำบลบางบ่อ
ด้าน นางอภิณห์พร กุฎีศรี หัวหน้าฝ่ายโยธาเทศบาลบางบ่อ กล่าวว่า ระบบไฟฟ้ารวมถึงเขื่อนริมคลองดังกล่าวในจุดเกิดเหตุจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการก่อสร้างด้วยงบประมาณของทาง อบจ.สมุทรปราการ ซึ่งก่อสร้างเมื่อปี 2552 โดยทาง อบจ.ได้ว่าจ้างบริษัทคู่สัญญาจ้างเข้ามาก่อสร้าง และดำเนินการระบบแสงสว่างทั้งหมด และหลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จจึงส่งมอบให้ทางเทศบาลดูแลต่อ ซึ่งในส่วนของระบบการติดตั้งระบบไฟ รวมถึงสายไฟนั้น ทางเทศบาลไม่ทราบเรื่องใดๆ
ขณะเดียวกันในส่วนของการต่อพ่วงไฟฟ้าใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามที่ทางด้านการไฟฟ้าระบุ และจะดำเนินคดีทางแพ่งนั้นก ารต่อพ่วงไม่ได้เกิดจากเทศบาลที่เข้าไปดำเนินการ แต่เป็นการต่อพ่วงจากผู้รับเหมาที่เข้ามาติดตั้งระบบไฟตั้งแต่ในช่วงแรกแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลไม่ได้ทอดทิ้งครอบครัวผู้สูญเสีย ขณะนี้ผู้บริหารได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว และอยู่ระหว่างเรียกประชุมด่วนผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาทางเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตตามระเบียบของทางราชการที่วางไว้ นอกจากนั้น ยังมีในส่วนของความช่วยเหลือส่วนตัวจากทางผู้บริหารอีกด้วย ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้เมินเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่ พ.ต.อ.สาโรจน์ คุ้มทรัพย์ ผกก.สภ.บางบ่อ กล่าวว่า จากการสอบปากคำเพื่อหาผู้เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบเรื่องกระแสไฟฟ้ารั่วจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นนั้น เบื้องต้นทราบว่าในส่วนของการติดตั้งระบบไฟนั้นไม่เกี่ยวข้องกับทางด้านเทศบาลบางบ่อ ซึ่งเป็นในส่วนของผู้รับเหมาที่ อบจ.สมุทรปราการ ได้ว่าจ้างมาดำเนินการ ซึ่งจะต้องเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องของ อบจ.สมุทรปราการ มาสอบปากคำอีกครั้งเพื่อหาตัวผู้รับเหมารายดังกล่าวมาสอบปากคำหากพบว่าเกิดจากความประมาทก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา "กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายจนถึงแก่ชีวิต"