มีมติทุบ 3 โกดังทับ "ลำห้วยขุ่น" ขีดเส้น 15 ก.ย.59 หากดื้อ! ราชการรื้อถอนเอง
05 ก.ย. 2559 | nation_ent

มีมติทุบ 3 โกดังทับห้วยขุ่น ยืดเวลาให้ถึงเพียง 15 ก.ย.นี้ หากไม่ดำเนินการทางราชการจะเข้ารื้อถอนเอง ยันไม่ใช่การกลั่นแกล้ง
ข่าว
05 ก.ย. 2559 | nation_ent

มีมติทุบ 3 โกดังทับห้วยขุ่น ยืดเวลาให้ถึงเพียง 15 ก.ย.นี้ หากไม่ดำเนินการทางราชการจะเข้ารื้อถอนเอง ยันไม่ใช่การกลั่นแกล้ง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 กันยายน ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลบ้านจั่น อ.เมือง นายปราโมทย์ ธัญญพืช ปลัดจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานประชุมคณะทำงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.อุดรธานี แก้ไขปัญหาการบุกรุกลำห้วยขุ่น ช่วงไหลผ่านเทศบาลตำบลบ้านจั่น ป้องกันน้ำท่วมถนนมิตรภาพ และชุมชนก่อนเข้าเมืองอุดรธานี
โดยผู้ร่วมประชุมประกอบด้วย รองเสนาธิการ มทบ.24,พนักงานอัยการ,โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด,ที่ดิน จ.อุดรธานี,นายกเทศมนตรีตำบลบ้านจั่น และป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะทำงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังที่สร้างทับลำห้วยขุ่น และพบกับเจ้าของที่ดิน โดยการประชุมครั้งนี้เจ้าของที่ดินไม่มาร่วมประชุม
ที่ประชุมสรุปผลการตรวจสอบว่า ที่ดินของเอกชนฝั่งตะวันออก ริมถนนมิตรภาพ เทศบาลตำบลบ้านจั่น เป็นที่ดินจากมรดกเป็นโฉนด 2 แปลง ออกมาตั้งแต่ปี 2518 มีลำห้วยขุ่นเป็นแนวกัน โกดังหลายหลังสร้างขึ้นก่อนมี พรบ.ควบคุมอาคาร อายุมากกว่า 30 ปี มีโกดัง 3 หลัง สร้างทับแนวลำห้วยขุ่น ทางเทศบาลตำบลบ้านจั่น ขอให้ทางสำนักงานที่ดิน จ.อุดรธานี รังวัดสอบเขต 2 ครั้ง คือในปี 2544 และ ปี 2550 จนในปี 2555 จึงมีการแจ้งให้รื้อถอนโกดัง ตาม พรบ.ควบคุมอาคาร พร้อมแจังความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองอุดรธานี และแจ้งให้รื้อถอนอีก 2 ครั้งในปี 2556 จนถึงปัจจุบันไม่มีการรื้อถอน และคดียังอยู่ที่ สภ.เมืองอุดรธานี แม้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนไป 4 คนแล้ว
นายสมเพชร ภักดีวิเศษ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านจั่น ชี้แจงที่ประชุมว่าเทศบาลตำบลบ้านจั่น ทวงคืนลำห้วยขุ่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้ พรบ.ควบคุมอาคาร และแจ้งความคดีอาญา ใช้งบประมาณสอบเขตลำห้วยถึง 2 ครั้ง มีการปักเสาเขตไว้ชัดเจน ไม่รู้ว่าเสาแนวเขตยังอยู่หรือไม่ รวมทั้งการเจรจาพูดคุยก็ไม่เป็นผล ทำให้น้ำไหลไปตามถนนสาธารณะ และท่วมพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนแนวเขตลำห้วยขุ่นช่วงปลายขาดหายไป มีชาวบ้านมาถือครองที่ดินแล้ว ทต.บ้านจั่น ได้เจรจากับเจ้าของที่ดินส่วนนั้น ได้ยินยอมให้กับทางเทศบาลฯ ใช้ที่ดินเป็นทางผ่านของน้ำ หากรื้อถอนโกดังและให้น้ำไหลผ่าน ก็สามารถดำเนินการต่อไป
นายปราโมทย์ ธัญญพืช ปลัดจังหวัดอุดรธานี กล่าวสรุปว่า ที่ประชุมได้พิจารณาในการใช้ พรบ.ควบคุมอาคาร และ พรบ.ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย แต่หากเกิดข้อติดขัดจึงจะขอให้ ม.44 โดยที่ประชุมมีมติให้แจ้งเจ้าของที่ดิน ให้ทำการรื้อถอนโกดังภายในวันที่15 กันยายนนี้ หากไม่ดำเนินการทางราชการจะเข้ารื้อถอนเอง เพราะที่ผ่านมามีการทำตามขั้นตอนมานานแล้ว พร้อมกันนี้ได้ให้เชิญเจ้าของที่ดิน มาพบพูดคุยกับคณะทำงานภายในกลางสัปดาห์นี้ เพื่อรับทราบมติคณะทำงาน หรืออยากชี้แจงกรณีอื่น ซึ่งวันนี้ไม่ได้มาร่วมประชุม โดยยืนยันเจ้าหน้าที่จะทำตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งใคร