แบบจำลองของกรมชลประทาน แสดงให้เห็นพื้นที่ป่าบางส่วนของอุทยานแห่งชาติ แม่วงก์ จำนวน 13,000 ไร่ ที่ต้องกลายเป็นเขื่อน เก็บน้ำ 250 ล้านลูกบากศ์เมตร เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม และเพิ่มพื้นที่เขตชลประทานได้อีก 300,000 ไร่ในจังหวัดนครสวรรค์
ตลอดเวลา 28 ปีของแนวคิดการสร้างเขื่อนแม่วงก์ มีความพยามผลักดันมาทุกรัฐบาล รองธิบดีกรมชลประทาน ฝ่ายวิชาการ ซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง บอกว่า แม้เขื่อนแม่วงก์ เป็น 1 ใน 8 เขื่อนตามบัญชีแนบท้าย ตาม คำสั่งคสช. ม.44 ให้สร้างโดยหาผู้รับเหมา ไม่ต้องทำ อีไอเอ แต่ก็ติดปัญหาว่าพื้นที่โครงการ เป็นของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงหาผู้รับเหมาไม่ได้ เขายอมรับว่ามีการพูดคุยกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ถึงการลดขั้นตอนในส่วนนี้ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ที่เคยคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ แสดงจุดยืนต่อต้านอย่างเต็มที่ และจะออกมาเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านอย่างแน่นอน หาก คสช. ตัดสินใจใช้ม.44 สร้างเขื่อนแม่วงก์อีกความกังวล คือพื้นที่เขื่อนแม่วงก์ อยู่ใน "เงาฝน" นายศศินบอกว่า แม้เขื่อนแม่วงก์จะถูกสร้างขึ้น แต่ก็อาจไม่มีฝนตกเหนือเขื่อน และไม่มีน้ำ แต่นี่คือแผนที่อุทกวิทยา ของกรมชลประทาน ยืนยันว่าเขื่อนแม่วงก์ ไม่ได้อยู่ใต้เงาฝน จึงมีฝนตก
อย่างไรก็ตาม นายศศิน บอกว่ายังมีหลายแนวทางในการจัดการน้ำที่ไม่ต้องสร้างเขื่อน เพราะการสร้างเขื่อนส่งผลกระทบต่อป่าแม่วงก์ ซึ่งเป็นป่าที่ราบต่ำ แห่งสุดท้ายรองจากห้วยขาแข้ง สมบูรณ์ด้วยห่วงโซ่อาหารของสัตว์ป่า มีจำนวนเสือโคร่งที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวชีวัดประธานมูลนิธิ สืบนาคะเสถียร ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ให้คัดค้านการสร้างเขื่อน เมื่อมีผลประโยชน์อื่น อย่างเรื่องราคาที่ดินที่จะสูงขึ้น หลังถนนเลียบคลองชลประทานถูกสร้างขึ้นควบคู่ และตัดทางผ่านที่ ของชาวบ้าน