ซึ่งสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้นำกราบเรียนนายกรัฐมนตรีทราบ และท่านนายกได้มีบัญชาเพิ่มเติมให้นำเรียนรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบ กรณีการนำผู้ต้องหามาแถลงข่าวนั้น "น่าจะแถลงผลการดำเนินการเท่านั้น โดยไม่ต้องให้ผู้ต้องหามาออกแถลงข่าว" เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิมนุษชน อีกทั้งหากต่อไปหากผู้ต้องหาดังกล่าวนั้นมิได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือกระทำความผิดจริงแต่เมื่อพ้นโทษตามคำพิพากษาแล้วจะทำให้เขาเหล่านั้นไม่มีพื้นที่ยืนในสังคมและหวนกลับไปซ้ำรอยเดิมด้วยการกระทำความผิดซ้ำอีกได้
วันที่ 3 กันยายน แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง เปิดเผยว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องคำนึงถึงหลักกฎหมายและหลักมนุษยธรรมอยู่แล้ว ก่อนแถลงข่าวการจับกุมทุกครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการทำเอกสารการยินยอมทุกครั้ง โดยจะให้ทางผู้ต้องหาลงลายมือชื่อ แต่หากผู้ต้องหาคนไหนไม่ยินยอมก็จะไม่นำตัวออกมาแถลงข่าว ไม่ได้มีการบังคับฝืนใจ ส่วนที่มีการมองว่า หากเปิดเผยหน้าเมื่อพ้นโทษแล้วจะทำให้ไม่มีที่ยืนในสังคม ถ้าเรามองในมุมกลับกัน คือการเปิดเผยใบหน้าถือเป็นการเตือนภัยในสังคมด้วย ยกตัวอย่างกรณีที่มีมิจฉาชีพคนหนึ่งมักจะมีการขโมยของ หรือหลอกลวงประชาชน และมีการจับกุมได้หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เข็ดหลาบยังตระเวนก่อเหตุอยู่เรื่อยๆ การนำตัวและเปิดเผยใบหน้ามาแถลงข่าวก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเตือนประชาชนหากเจอคนนี้ในสังคมก็ได้ ซึ่งมุมมองนี้เป็นไปได้ทั้งสองแบบ