ทั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจกองปราบปราม ได้ติดตามจับกุม น.ส.ปรียาภัทร หรือแบม ตามหมายค้างเก่าทำให้ทราบว่า น.ส.ปรียาภัทร หรือแบมเป็น ผู้ต้องหาในคดี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์2557 นายประกิต เชี่ยงหลิว ถูกฆ่าตายที่แยกหนองฉลัดได ต.สระกระโจม อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี จนกระทั่งศาลออกหมายจับนายนิรุตติ์ สุวรรณศรี (มอบตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว)นายประเสริฐ สุทธินันท์ และน.ส. ปรียาภัทร ซึ่งเป็นภรรยานายประเสริฐ ในข้อหาร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครืองกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่มีเหตุอันควรก่อน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม น.ส.ปรียาภัทร หรือแบม ได้เพราะมีการสืบสวนขยายผลจากการที่ถูกจับกุมทั้งสองคนไปก่อนหน้านี้ โดยสามารจับกุมได้ที่เจวีแมนชั่นดังกล่าวจากการสอบถามน.ส.ปรียาภัทร หรือแบม เบื้องต้นให้การปฏิเสธตลอดในข้อกล่าวหา พร้อมยอมรับว่า ทราบว่านายประเสริฐ ผู้เป็นสามีเพิ่งจะถูกจับกุมในข้อหาครอบครองยาเสพติด และพ.ร.บ.อาวุธในพื้นที่ จ.ลพบุรี เมื่อต้นสิงหาคมที่ผ่านมา โดยบอกชื่อกับตำรวจขณะถูกจับกุมว่าชื่อนายบุญหมาย คล้ายคลัง (ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน) อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. จึงได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 107/2 ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี พบนายบุญหมาย ซึ่งได้มีการนำเอกสารมายืนยันว่า เป็นนายบุญหมาย ตัวจริงๆ พร้อมระบุว่า ไม่ทราบว่านายประเสริฐ ถูกจับกุมอยู่ในเรือนจำ น.ส.ปรียาภัทร กล่าวว่า ตนและนายประเสริฐเป็นสามีภรรยากัน แต่ทะเลาะกันไม่ได้พูดคุยกันมาสักระยะ กระทั่งเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 นายประเสริฐ ได้โทรศัพท์มาหาตนว่าจะเข้ามาหาที่ห้องพัก ตนก็ไม่ได้คิดอะไร จึงอนุญาตให้มาพัก ระหว่างที่นายประเสริฐ อาศัยอยู่ที่ห้องมีโทรศัพท์โทรเข้ามาหานายประเสริฐ ว่ามีการเปลี่ยนทะเบียนรถ และนำรถไปคืนเจ้าของ ต่อมาไม่นานนายประเสริฐ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมพร้อมทั้งดำเนินคดี ตนจึงไปเยี่ยมที่เรือนจำ พร้อมทั้งแจ้งชื่อนายสมหมาย ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่า เพราะเหตุใดทำไมนายประเสริฐ ถึงเปลี่ยนชื่อ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวน.ส.ปรียาภัทร หรือแบม ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอยเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะประสานไปยังเจ้าหน้าที่เรือนจำ เพื่อแจ้งให้ทราบว่า นายประเสริฐ คือผู้ต้องหาในคดีร่วมกับพวกฆ่านายประกิต เชี่ยงหลิว เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 นายบุญหมาย กล่าวว่า ตนและนายประเสริฐ เป็นญาติกัน ซึ่งตนไม่เคยทราบมาก่อนว่า นายประเสริฐ ใช้ชื่อตนในการอ้างทุกครั้งที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ภายหลังนายประเสริฐ ก่อเหตุ ก็ไม่ได้ติดต่อกันมาเป็นเวลา 3-4 ปี และไม่ทราบว่านายประเสริฐ หลบหนีไปที่ใด กระทั่งเมื่อวันที่ 1กันยายนที่ผ่านมา ตนมาทราบจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีชื่อปรากฎอยู่ในเรือนจำ อย่างไรก็ตาม นายประเสริฐ มีหมายจับอยู่หลายหมายที่ส่งมายังที่บ้าน อีกทั้งยังมีการข่มขู่ว่า หากไม่ไปพบที่เรือนจำ ก็จะทำการคัดลอกชื่อเพื่อใช้ในการประกันตัวอีกด้วย