ศรัญญา ชำนิ แม่น้องการ์ตูน กล่าวว่า ขณะนี้น้องการ์ตูนยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ยังให้อาหารทางหน้าท้อง เจาะคอ พูดไม่ได้ ล่าสุดตามองไม่เห็น สะโพกเคลื่อน 70% อันเป็นผลมาจากอุบัติเหตุ และ อาการทางสมอง ล่าสุด กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน พาลูกไปพบหมอตามนัดเดือนละ 2-3 ครั้ง จนถึงขณะนี้ จ่ายค่ารักษาพยาบาลไปแล้วเกือบ 2 ล้านบาท นับตั้งแต่เกิดเหตุ ยังไม่รวมค่าเดินทาง
ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เหนื่อยมากกับการที่จะต้องต่อสู้ทางคดีกับคู่กรณี ในทางแพ่ง ศาลให้คู่กรณีจ่ายเงินกว่า 6 ล้านบาท แต่คู่กรณียังไม่ได้จ่ายให้เลย ทำให้เกิดความกังวลเป็นอย่างมากว่า คู่กรณีอาจจะกลายเป็นบุคคลล้มละลาย ไม่มีเงินจ่าย ซึ่งนั่นหมายถึงเราก็ได้เพียงแค่กระดาษจากศาลเพียงแผ่นเดียวว่า ตัดสินคดีให้แล้ว ซึ่งไม่ยุติธรรมต่อครอบครัวที่ได้รับความเสียหายเลย จากที่ดูท่าทีแล้ว คู่กรณีไม่ยอมจ่ายให้ง่ายๆ แน่
หากมีการบังคับคดีทางแพ่ง สิ่งที่กลัวคือ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองจากการที่ต้องไปสืบทรัพย์ว่า คู่กรณีมีทรัพย์สินอะไรบ้าง เมื่อทราบว่า มีทรัพย์สินอะไรบ้างก็ไปแจ้งกรมบังคับคดี จากนั้นกรมบังคับคดีก็จะไปดู แล้วก็ยึดทรัพย์ก่อนนำไปขายทอดตลาด แล้วนำเงินมาจ่ายให้เรา กรณีที่มีทรัพย์สิน แต่เป็นห่วงว่า คู่กรณีจะไม่มีทรัพย์สินอะไร เพราะขณะเกิดเหตุ คู่กรณีอายุเพียง 22 ปี เท่านั้น
ตั้งแต่เกิดเหตุ คู่กรณีไม่เคยมาเยี่ยมน้องการ์ตูนเลย ทั้งที่โรงพยาบาลและที่บ้าน ที่ผ่านมาเจอกันก็เฉพาะในศาลเท่านั้น แต่ไม่ได้คุยกัน หลังเกิดเหตุมีญาติของคู่กรณีมาหา 1 ครั้ง พร้อมกับนำเงินมาให้ 1 แสนบาท แต่ไม่รับ จากนั้นก็ไม่มีใครติดต่ออีกเลยแม้แต่ทางโทรศัพท์ อย่างไรก็ตามคู่กรณีได้จ่ายเงินเป็นค่าวางประกันศาลให้ระหว่างศาลไกล่เกลี่ย หลังจากขึ้นศาลชั้นต้น ก็เบิกเงินจำนวนนี้มาใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาล นอกจากนี้คู่กรณีเคยช่วยค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลให้บ้าง รวมแล้วทั้งหมดประมาณ 2 แสนบาท
ธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมจะเข้าไปช่วยดูแลในเรื่องของการเจรจาไกล่เกลี่ยทางกระทรวงยุติธรรมได้ช่วยเหลือให้เงินชดเชยแก่ผู้เสียหายในทางคดีอาญาทั้งคุณพ่อและน้องการ์ตูนไปแล้ว สิ่งที่จะช่วยเหลือได้อีกก็คือในเรื่องของทนายความ ซึ่งนัดพบกันในวันที่ 5 กันยายนนี้
หากในกระบวนการดำเนินการไปจนถึงขั้นที่คู่กรณีเป็นบุคคลล้มละลาย ก็คงจะไม่สามารถทำอะไรได้ และเมื่อคู่กรณีหลุดพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ก็ไม่สามารถไปเรียกค่าเสียหายได้อีก กรณีนี้คู่กรณีบรรลุนิติภาวะแล้ว ดังนั้น ครอบครัวของคู่กรณีไม่ต้องมีส่วนรับผิดชอบใดๆ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายน่าจะมีการเจรจาไกล่เกลี่ยกันก่อน