ก่อนที่ ธวัชชัย อนุกุล จะตัดสินใจ ใช้ถุงเท้ายาวผูกคอตัวเองกับขอบบานพับประตูห้องควบคุมภานใน "ดีเอสไอ" ที่มีระบบป้องกันความปลอดภับอย่างแน่นหนา เขาเป็นอดีตข้าราชการระดับ 7 สำนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต / อดีตเจ้าพนักงานที่ดินพังงาสาขาท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา หลบหนีคดีออกเอกสารสิทธ์ไม่ชอบ และถูกจับได้ 29 ส.ค. 2559 ก่อนที่จะนำตัวไปฝากขังในวันรุ่งขึ้น แต่สุดท้ายต้องจบชีวิต
ย้อนคดีของ ธวัชชัย พบว่า ถูกกกล่าวหาทุจริตออกเอกสารสิทธิ์ อย่างน้อย 12 คดี ในพื้นจ.ภูเก็ตกว่า 1,000 แปลง จ.พังงา และ สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะ เฉพาะ จ.พังงา บริเวณเขาหน้ายักษ์ ทับซ้อนพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมือง-เขาลำปี กว่า 500 ไร่ ราคาประเมินกรมที่ดินไร่ละ 21 ล้านบาท มูลค่ากว่า 10,500 ล้านบาท
โดย ธวัชชัย เป็นผู้ลงนาม น.ส.3 ก. จำนวน 500 ไร่ ในที่ดินแปลงนี้ ด้วยทำเลทอง อ้างสิทธิ์การครอบครองที่ดินจากอดีต สส.ดังในพังงา แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวนสอบสวน พบว่า เป็นการว่าจ้างชาวบ้านอำเภอท้ายเหมือง 12 ราย ให้ครอบครองปัจจุบันที่ดินแปลงนี้ มีคหบดีชื่อดังในจังหวัดพังงา และ ภูเก็ต อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัด และนายตำรวจยศพลตำรวจโท เป็นผู้ครอบครอง คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด
นอกจากนี้ ธวัชชัย ถูกออกหมายจับ ในคดีลงนามออกเอกสารสิทธิ์ทับอุทยานแห่งชาติสิรินาถ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ 7 ไร่ ราคาไร่ละ 70 ล้านบาท รวม 490 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่ดินแปลงติดกัน และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน ที่มีกลุ่มธุรกิจโรงแรม เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท
รวมไปถึงการออกโฉนดที่ดินอีกหลายรายฉลับที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไล่ตั้งแต่ หมู่ที่ 5 ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต ร่วมกับ นายบุ่นเก้ง ศรีแสนสุชาติ
คดีร่วมกันปลอมเอกสารโฉนดที่ดิน และออกหนังสือรับรองราคา ประเมินที่ดินตามโฉนดที่ดิน ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต คดีทุจริตออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดิน อ.กะทู้ มาสวมให้กับ น.ส.จินตนา บุรินทรโกษฐ์ ทับที่ดิน นายดุสิต สาลักษณ์ ครอบครองกรรมสิทธิ์
และ คดีออกโฉนดที่ดิน ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต โดยนำเอา สค.1 สำหรับที่ดินแปลงอื่นซึ่งอยู่คนละตำแหน่งมาสวมทับ โดย ป.ป.ช.กำลัง สรุปข้อเท็จจริงเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา
ธวัชชัย ถือเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ออกเอกสารสิทธิ์ โดยชอบมากที่สุด ในจังหวัดภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุน นักการเมือง อดีตข้าราชการ และคนมีสี จนกลายเป็นปมปริศนา ในการจบชีวิต.