นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ โพสต์เฟชบุ๊ค ชี้แจงเหตุการณ์นี้ ว่า ตั้งแต่ 01.10 น. วันที่ 30 ส.ค. รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้รับแจ้งจากดีเอสไอว่ามีคนเป็นลมหมดสติ ขอให้ รพ.จัดชุดแพทย์ฉุกเฉินไปช่วยเหลือด่วน
กระทั่ง 01.15 น.ชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ไปถึงดีเอสไอ พบนายธวัชชัย อยู่ในภาวะวิกฤตแล้ว และต้องทำการปั๊มหัวใจ และรีบนำตัวไปรักษาที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉินก็พยายามปั๊มหัวใจพร้อมใส่ท่อช่วยหายใจ แต่คลื่นไฟฟ้าหัวใจของนายธวัชชัย หยุดหลายครั้ง การกระตุ้นช่วยให้หัวใจกลับฟื้นคืนได้ชั่วคราว แต่ไม่พ้นภาวะวิกฤต
เวลา 02.40 น.ได้ย้ายนายธวัชชัยจากห้องฉุกเฉินไปยังห้องซีซียู ซึ่งอาการของนายธวัชชัย ยังคงเลวร้ายหรือวิกฤตลงอย่างต่อเนื่อง จึงต้องทำการปั๊มหัวใจตลอดเวลา แต่ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้ และเสียชีวิตในเวลาประมาณ 04.45 น.
นพ.หรียญทอง ย้ำว่า ชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้รับแจ้งจากดีเอสไอว่ามีคนเป็นลมหมดสติ ไม่ได้รับทราบข้อมูลว่า มีการผูกคอตาย
ยังตอบประเด็นว่า "การปั๊มหัวใจ" เป็นเหตุให้นายธวัชชัย ขาดอ๊อกซิเจนและตับแตก ยืนยันว่า แพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ทำการปั๊มหัวใจ ที่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งมีการให้อ๊อกซิเจน และช่วยการหายใจ จึงเป็นไปไม่ได้ที่การช่วยฟื้นคืนชีพจะทำให้นายธวัชชัย ขาดออกซิเจน และการปั๊มหัวใจ ก็มีเทคนิคและวิธีการปฏิบัติบริเวณตำแหน่งของช่องทรวงอก ส่วนตับเป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องท้องคนละช่อง คนละตำแหน่งกัน
ดังนั้น การปั๊มหัวใจในกระบวนการช่วยฟื้นคืนชีพจึงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ตับแตกและตกเลือดในช่องท้องได้