จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ทองหล่อ จึงร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมทั้งทำการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกจนทราบว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว ผู้เสียหายเคยว่าจ้างให้ น.ส.ทิวาพร มาทำงานเป็นผู้ช่วยแม่บ้าน โดยจ่ายค่าแรงแบบรายวัน ก่อนมีการเลิกจ้างไป จากนั้นเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ทราบว่าผู้ต้องหา ได้เดินทางเข้ามาหานางฝนพา แต่ผู้เสียหายไม่อยู่ โดยพบเพียงแม่บ้านที่อยู่ประจำ แต่ระหว่างนั้นแม่บ้านกำลังทำความสะอาดอยู่ จึงไม่ได้สนใจแต่อย่างใด เนื่องจากคุ้นหน้ากันเป็นประจำ ก่อนทางผู้ต้องหาจะนั่งเล่นภายในบ้านซักพัก จากนั้นได้เดินทางกลับบ้านพักไปตามปกติ
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เสียหายกำลังจะไปนำเครื่องประดับที่อยู่ภายในตู้เซฟนิรภัยมาสวมใส่ เพื่อจะออกไปงานเลี้ยงก็พบว่าได้สูญหายไป จึงเรียกแม่บ้านประจำมาสอบถามก่อนทราบข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 วัน น.ส.ทิวาพร อดีตรับจ้างแม่บ้านแบบรายวันได้เดินทางเข้ามาหา แต่ผู้เสียหายไม่อยู่ จึงพยายามโทรศัพท์ติดต่ออยู่หลายครั้ง เพื่อจะสอบถามข้อมูลแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงคาดว่ามีส่วนรู้เห็นจึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ สืบทราบว่า น.ส.ทิวาพร พักอาศัยอยู่บริเวณกลางซอยนวลจิต แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. จึงนำกำลังไปติดตามตัว เพื่อเชิญตัวมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งนี้ เมื่อผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แสดงท่าทีมีพิรุธ และวิ่งหลบหนีไป จนกระทั่งสามารถสกัดจับเอาไว้ได้ ก่อนขยายผลพบตั๋วโรงรับจำนำ จำนวน 2 ใบ ซึ่งระบุข้อความรายการรับจำนำที่ทางผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม
ด้านน.ส.ทิวาพร ให้การอ้างว่า ตนเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยอาศัยจังหวะที่แม่บ้านเผลอกำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ ได้แอบขึ้นไปนำทรัพย์สินของมีค่าทั้งหมด เพราะรู้ช่องทางเป็นอย่างดี เนื่องจากผู้เสียหายเคยว่าจ้างมาทำงาน ซึ่งภายหลังจากได้ทรัพย์สินของมีค่ามาทั้งหมด ได้นำเครื่องประดับทองคำขาวไปจำนำที่โรงรับจำนำชื่อประชานุเคราะห์ สาขา 2 ย่านคลองเตย ส่วนเครื่องประดับทอง ไปจำนำที่ห้างทองแสงทองใบ ย่านสุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. รวม 2 ร้าน ได้เงินสดมาทั้งหมดเพียงแค่จำนวน 3,8000 บาท ส่วนเงินที่ได้มานั้น จะนำไปเที่ยวเตร่และใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจนกระทั่งมาถูกทางเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหาเคยมีประวัติอาชญากรรมค้างเก่าในข้อหาลักทรัพย์ เมื่อปี 58 ที่ผ่านมา นอกจากนี้จะเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมว่า มีผู้ร่วมขบวนการหรือไม่ เนื่องจากเงินที่ได้มานั้น น้อยเกินจริงกว่ามูลค่าทรัพย์สินที่ขโมยไป