เช้าวันนี้ (17 สิงหาคม 2559) ที่ พื้นที่ดำเนินงานเกษตรอินทรีย์และเกษตรทางเลือก ในพื้นที่ของ มหาวิทยาลัยพายัพ เขตแม่คาว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาจากทุกคณะสาขาวิชา ของมหาวิทยาลัยพายัพ โดยเฉพาะเด็กเฟรชชี่ปี 1 จำนวนกว่า 600 คน นำโดย ผศ.ดร.สมพันธ์ วงษ์ดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพายัพ ได้ร่วมกันปลูกข้าว ในกิจกรรมปลูกข้าววันแม่ เกี่ยววันพ่อ ที่น้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยเป็นการปลูกข้าวแบบอินทรีย์ไร้สารพิษทุกชนิด ที่ถือว่าเป็นพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และจะนำผลผลิตที่ได้ไปเป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ แด่ในหลวงและราชินี
ผศ.ดร.สมพันธ์ วงษ์ดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพายัพ เปิดเผยว่า เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยพายัพ มีพื้นที่ว่างเปล่าที่เหมาะสมในการทำเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวจำนวนมาก สืบเนื่องมาจากทางมหาวิทยาลัยได้มีการช่วยเหลือชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรโดยซื้อที่นาจากชาวบ้านโดยรอบ ราว 10 ปีก่อน รวมแล้วมีพื้นที่เปล่ากว่า 240 ไร่ ซึ่งถูกปล่อยให้รกร้างไม่ได้ทำประโยชน์ รวมทั้งเมื่อเวลาที่พานักศึกษาไปทัศนศึกษาดูงานวิถีชีวิตชาวบ้านหรือด้านการเกษตร ต้องเดินทางไปดูในพื้นที่ต่างอำเภอ
จึงได้มีแนวคิดที่จะใช้พื้นที่ว่างเปล่าซึ่งเป็นพื้นที่นาเดิมอยู่แล้วมาทำประโยชน์ให้นักศึกษาได้ศึกษาเรียนรู้และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และซึมซับวิถีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยหลังจากทดลองปลูกข้าว ก็พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเหมาะสมในการปลูกข้าวอย่างยิ่ง เนื่องจากภูมิประเทศเหมาะสม แร่ธาตุในดินดี แหล่งน้ำดี สามารถกักเก็บน้ำได้ดีแม้ในหน้าแล้ง จึงได้เริ่มโครงการปลูกข้าวแบบอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปีก่อน ก็พบว่าผลผลิตข้าวที่ได้มีคุณภาพดีเยี่ยม จึงได้นำผลผลิตจำนวนหนึ่ง มอบให้กับสำนักงานกาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็ได้นำไปช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะกรณีไฟไหม้หมู่บ้านชาวเขาที่แม่อายเมื่อต้นปีที่ผ่านมาด้วย และตั้งเป้าว่าผลผลิตปีนี้จะเตรียมไว้สำหรับช่วยผู้ประสบภัยทุกชนิดทั่วประเทศเช่นกัน
ปีนี้ จึงได้จัดโครงการอีกครั้ง เป็นปีที่ 2 โดยปลูกในพื้นที่ 32 ไร่ แบ่งเป็นแปลงข้าว 12 แปลง จากพื้นที่ที่กันไว้สำหรับปลูกข้าว 50 ไร่ ซึ่งจะได้มีการขยายพื้นที่ปลูกข้าวเพิ่มในอนาคต ขณะที่พันธุ์ข้าวที่ใช้คือ พันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ที่ได้รับการช่วยเหลือคัดเลือกสารพันธุ์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หลังจากที่เก็บเกี่ยวแล้ว ก็จะนำไปใส่บรรจุภัณฑ์แบบสุญญากาศ ถุงละ 1 กิโลกรัม ใช้ชื่อว่าข้าวแห่งพระพร เนื่องจากเป็นข้าวที่ปลูกด้วยความรัก และเพื่อประโยชน์ต่อทุกคนอย่างแท้จริง เหมือนพรของพระเจ้า ซึ่งหากมีผลผลิตที่เหลือจากการบริจาคและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ก็จะนำไปจำหน่าย โดยจะนำเงินที่ได้ไปบริจาคให้แก่ผู้ยากไร้ โดยไม่หวังผลกำไร อีกด้วย
ดังนั้น กิจกรรมที่เกิดขึ้นนี้ จึงถือเป็นกิจกรรมที่น้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และใช้แนวทางด้านเกษตรอินทรีย์และเกษตรทางเลือก ซึ่งจะทำให้เกิดอรรถประโยชน์ต่อสาธารณะเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ครบ 70 ปี และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชามพรรษา 7 รอบ 12 สิงหา 2559 และทางมหาวิทยาลัยพายัพจะได้สานต่อกิจกรรมนี้ต่อเนื่องทุกปีนับจากนี้ไป