แม้สถานการณ์น้ำท่วมที่ จังหวัดน่าน จะคลี่คลาย แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวัง เพราะอาจมีฝนเข้ามาอีกระลอง ขณะที่เกษตรกร น่าน กำลังเดือดร้อน หนัก พืชผลเสียหาย หนี้สินเพิ่มขึ้นระดับน้ำแม่น้ำน่าน ลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังไม่มีฝนลงมาซ้ำ ชาวบ้านในเขตตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา ออกมาเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเรือน และเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ต่ำ ขณะเดียวกันมวลน้ำจากอำเภอเวียงสา ก็ได้ไหลต่อไป เข้าพื้นที่อำเภอนาน้อย และนาหมื่น ก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งวันนี้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนมากถึง 85 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้เขื่อนสิริกิติ์ขณะนี้มีน้ำ 47 เปอร์เซ็นต์ของความจุเขื่อน
แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย แต่ยังทิ้งผลกระทบระยะยาวต่อเกษตรกร // นายศักดา กาวิโย 61 ชาวบ้าน ม.8 ต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา ยืนดูไร่ข้าวโพดของตัวเองจมอยู่ในน้ำ ราว 4 ไร่ และยืนต้นตาย ฝักข้าวโพดเริ่มเน่า ส่งกลิ่นเหม็นไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้อีกต่อไป ต้องปล่อยทิ้งสูญเปล่า ทำให้มีหนี้สินเพิ่มขึ้น ตามด้วยนายศักดา เชื่อว่า น้ำท่วมจังหวัดน่านเป็นประจำก็เพราะ ผู้คนถางป่ากลายปลูกไร่ข้าวโพดมากๆ เพื่อให้ได้เงินมากๆ จนกลายเป็นภูเขาหัวโล้น ไม่สามารถซับน้ำฝนที่ตกอย่างหนัก เขาบอกว่า คนน่านมีที่ดินเฉลี่ยคนละ 3-4 ไร่ อย่างตัวเอง ไม่ขอถางป่า ปลูกข้าวโพดเหมือนคนอื่น ขอปลูกเพียง 4 ไร่ที่เห็นนี้เท่านั้น
ทีมข่าวสำรวจต่อไป พบบริเวณที่เป็นโคกสูง น้ำท่วมไม่ถึง มีชาวบ้านอพยพวัวขึ้นหนีน้ำ อย่างนายสมาน เคียนศิริ บอกว่า อพยพฝูงวัวจำนวน 7 ตัวของเค้า มาที่นี่เมื่อ 2 วันก่อน ทันทีที่ได้รับการแจ้งเตือน จากทางเทศบาล และแม้ว่าน้ำจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่นายสมานก็ไม่วางใจอพยพวัวกลับบ้าน เพราะกลัวฝนลูกใหม่จะเข้ามาซ้ำ จนน้ำท่วมอีกครั้งกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า 18 - 20 ส.ค. 2559 คาดว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณใกล้ชายฝั่งฮ่องกง ประเทศจีน จะเคลื่อนผ่านบริเวณอ่าวตังเกี๋ย เข้าปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากเกิดขึ้นอีกระลอกหนึ่งชาวบ้านบอกว่า คันดิน ที่แข็งแรงมีส่วนช่วยป้องกันน้ำเอ่อไหลเข้าพื้นที่ได้มาก น้ำท่วมส่วนหนึงเพราะคันดินไม่แข็งแรง แตกและน้ำทะลักเข้าพื้นที่ เกษตร