เวลา09.00น. วันที่14ส.ค.59ผทหาร มทบ.43ทุ่งสง ตชด.ที่426กระบี่ ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.กระบี่ และตำรวจภูธร สภ.อ่าวนาง เข้าทำการปิดล้อมบริเวณบ้านเช่าหมู่ที่1ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จับกุมนายมูหะมัดรอสะดี ปาเนาะ อายุ41ปี อยู่บ้านเลขที่52บ.สลาม ม.8ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา ที่ จ.233/50ลง20พ.ย.50พื้นที่ สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี
โดยในห้องเช่าโทรศัพท์มือถือ 3เครื่อง กล้อง1สายชาร์จโทรศัพท์ จำนวนหนึ่ง จากนั้นนำตัวไปสอบสวนต่อโดยไม่เปิดเผยสถานที่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมแจ้งว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้และการก่อความไม่สงบในจังหวัดกระบี่ หรือจังหวัดใกล้เคียง แต่มีรายงานว่า เป็นผู้ต้องสงสัยวางระเบิดที่ จ.สุราษฏร์ธานีเมื่อวันที่11สิงหาคมที่ผ่านมา
สำหรับนายมูหะมัดรอสะดี เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อการร้ายทำหน้าที่ส่งกำลังด้านอาวุธ และอาหาร เคยผ่านการซูมเปาะ หรือสาบานตนแล้ว ทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์บุคคลภายนอก บุคคลแปลกหน้ารวมทั้งตรวจสอบรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่เข้ามาในพื้นที่ ติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะทหารตำรวจ และให้การสนับสนุนจัดหาที่พักพิงหลบซ่อนตัวให้กับสมาชิกแนวร่วมทั้งก่อนและหลังก่อเหตุ จัดหาอาวุธให้แก่สมาชิกกลุ่มRKK
รวมทั้งจัดหาตะปูเรือใบเพื่อสนับสนุนการก่อเหตุ อีกทั้งอำพรางตนให้เป็นศูนย์กลางของกลุ่มวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมฝักใฝ่ในกับกลุ่ม ผกร.ปลุกปั้น ยุยงให้กลุ่มวัยรุ่นสร้างสถานการณ์ก่อกวน เช่นเผายางรถยนต์ โปรยตะปูเรือใบ ทำลายทรัพย์สินสาธารณะ
ในขณะที่ช่วงเที่ยงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกระบี่ ได้เข้าตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยมีนายสุริยันต์ ณรงค์กูล นายอำเภอเมืองกระบี่ นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าเก็บหลักฐานเพิ่มเติม
แต่เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุถูกเพลิงเผาไหม้เสียหายหนักและอาคารถล่มลงมาบางจุด จึงต้องตรวจสอบอย่างระมัดระวัง โดยนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก กล่าวว่า ขณะนี้ในภาพรวมยังไม่กระทบต่อการท่องเที่ยวมากนัก และนักท่องเที่ยวเองก็ไม่ได้มีการยกเลิกการเดินทางมา ซึ่งได้พูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ก็มีการเพิ่มความเข้มงวด ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญในการดูแลรักษาความปลอดภัย