พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับมาให้ระวังเหตุความไม่สงบ อย่าให้เกิดขึ้นอีก เนื่องจากชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ และในส่วนของการข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขณะนี้ถือว่าเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ไม่มีรายงานว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นอีก จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวลและเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาได้ตามปกกติ ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รายงานมาว่า ทุกช่องทางเข้าออกภายในประเทศยังไม่มีสัญญาณของอันตรายที่จะเกิดขึ้น ทุกช่องทางยังคงตรวจตราบุคคลเข้าออกประเทศอย่างเข้มงวด ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความผิดปกติแต่อย่างใด
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ประชุมร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7-9 ก็ได้รับรายงานว่า ขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานในจุดเกิดเหตุ วัตถุพยาน และพยานบุคคลไว้แล้ว ซึ่งการสืบสวนสอบสวนยังดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อใช้เป็นหลักฐาน ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้ามาตรวจสอบหาจุดเชื่อมโยงที่กองพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนำดีเอ็นเอในจุดเกิดเหตุเข้ามาตรวจสอบร่วมกับฐานข้อมูลของตำรวจ เพื่อหาตัวผู้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ คาดว่าผลการตรวจสอบจะแล้วเสร็จในวันนี้
"ส่วนระเบิดที่ใช้ก่อเหตุมีรูปแบบและวิธีการทำที่คล้ายกัน ทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน มีผู้สั่งการ และจัดหาระเบิดมาให้ผู้ก่อเหตุ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มีฐานข้อมูลของทุกกลุ่มไว้อยู่แล้ว หากได้ตัวผู้ลงมือกระทำความผิดได้ก็จะสามารถขยายผลหาผู้สั่งการได้ตามขั้นตอนต่อไป และการก่อเหตุในครั้งนี้เบื้องต้นไม่ใช่การขยายพื้นที่การก่อความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด เบื้องต้นคาดว่ากลุ่มผู้ลงมือยังไม่เดินทางออกนอกประเทศ" พล.ต.อ.พงศพัศระบุ
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ในส่วนของการเกิดเหตุในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค8 ทางผู้บัญชาการภาค8ได้รายงานว่า จะมีข่าวดีในความชัดเจนของตัวผู้ก่อเหตุในเร็ววันนี้ ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน และจะไม่มีการจับแพะอย่างแน่นอน ขณะนี้ทางชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ประกบผู้ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้ว หากพบว่ามีหลักฐานมากพอก็จะขออนุมัติออกหมายจับได้ทันที ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่จับผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว ขณะนี้มีเพียงพยานที่เดินทางเข้ามาให้ข้อมูลเพียงเท่านั้น ยังไม่มีการควบคุมตัวบุคคลใดเป็นพิเศษ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงในส่วนของแรงจูงใจในการก่อเหตุ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า หากได้ตัวผู้กระทำผิดก็จะทราบมูลเหตุที่ชัดเจน ซึ่งทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ระบุว่าครั้งนี้จะเป็นการขุดรากถอนโคนเครือข่ายผู้กระทำผิด และให้ประชาชนได้รับรู้ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการทำลายประเทศชาติ จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และหากมีข้อมูลหรือเบาะแสสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้