โดนแล้ว! นทท.แต่งหวิว -มัคคุเทศก์ ตร.เชิญตัว "อบรมตักเตือน "

ตำรวจท่องเที่ยวเชิญตัว นทท.สาวแต่งกายวาบหวิว และมัคคุเทศก์อบรมตักเตือน ด้าน นทท.สาวขอโทษชาวภูเก็ตและคนไทย ยืนยันไม่มีเจตนาลบหลู่ด้วยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ข่าว
สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวในสื่อออนไลน์ต่างๆ กรณีมีนักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติแต่งกายด้วยชุดวาบหวิวเดินไปมาอยู่ภายในวัดไชยธารารามหรือวัดฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่10สิงหาคม 2559นั้น ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ มากมาย ถึงความไม่เหมาะสมดังกล่าว ประกอบกับไม่มีเห็นมีทางเจ้าหน้าที่ของวัดเข้าไปว่ากล่าวตักเตือน สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากวัดฉลองถือเป็นวัดสำคัญเป็นที่นับถือและสักการะของชาวภูเก็ตและคนไทย
ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมาก และมีการสื่อนำเสนอภาพข่าวดังกล่าวในวงกว้าง โดยเมื่อเวลา ประมาณ 23.42 น. วันเดียวกัน (10ส.ค.59) ได้มีเอกสารข่าวและภาพจากไลน์กลุ่มของตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ซึ่งเนื้อหาระบุว่า วันนี้ (10 ส.ค.59) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. ได้สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวดำเนินการในกรณีดังกล่าว โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ศรีศักดิ์คัมภีรญาณ ผกก.5บก. ทท. และ พ.ต.ต.นฤวัต พุทธวิโร สว.ส.ทท.2กก.5 บก.ทท. ได้เชิญนักท่องเที่ยวตามที่ปรากฎภาพเป็นข่าว, มัคคุเทศก์ที่นำนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวมาเที่ยว, บริษัทนำเที่ยวและนายชัยวัฒน์ ชัชเวช ไวยาวัจกร ตัวแทนฝ่ายวัดไชยธารารามหรือวัดฉลอง มาร่วมพูดคุยทำความเข้าใจถึงกาลเทศะและการปฏิบัติตัวของนักท่องเที่ยวในบริเวณศาสนสถานและหาทางป้องกันเหตุดังกล่าวไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นอีก
จากการพูดคุยหารือ ตำรวจท่องเที่ยวได้ให้ความรู้เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศไทยและการแต่งกายในการเข้าไปภายในศาสนสถานแก่นักท่องเที่ยวคนดังกล่าว พร้อมทั้งอบรมตักเตือนให้ทราบว่า การกระทำที่เกิดขึ้นนั้นไม่ถูกต้องตามกาลเทศะ
นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเข้าใจและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ยกมือไหว้และกล่าวขอโทษตัวแทนเจ้าหน้าที่วัดไชยธาราราม และพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ตถึงพฤติกรรมที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตน พร้อมยืนยันว่ามิได้มีเจตนาที่จะลบหลู่ดูหมิ่นศาสนสถานอันเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวภูเก็ตและชาวไทยแต่อย่างใด
พร้อมกันนี้ตำรวจท่องเที่ยวได้เน้นย้ำและทำความเข้าใจกับมัคคุเทศก์และบริษัทนำเที่ยวให้คอยตรวจสอบให้ความรู้เกี่ยวกับการแต่งกายและการปฏิบัติตัวของนักท่องเที่ยวในการเข้าไปในศาสนสถาน รวมทั้งตัวแทนเจ้าหน้าที่ของวัดไชยธารารามจะนำกรณีดังกล่าวไปหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวซ้ำขึ้นอีก