พ.ต.ท.ภูมิประสิทธิ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจู่โจมกำลังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติมาถึงบริเวณซอยรามคำแหง53 ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุเสรีไทย ว่ามีคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ 2 ร้าน โดยร้านแรกร้านโลตัส เอ็กเพลส สาขา รามคำแหง53 เลขที่246 ซอยลาดพร้าว 112 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.ส่วนร้านที่สอง เป็นร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาลาดพร้าว112 ซึ่งอยู่ละแวกเดียวกัน
พ.ต.ท.ภูมิประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ชุดจู่โจมจึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบประชาชนจำนวนมากกำลังช่วยกันรุมประชาทันฑ์เพื่อจับกุมตัวคนร้ายอยู่หน้าร้านดังกล่าว ก่อนทางตำรวจจะเข้าไประงับเหตุ ซึ่งในจุดเกิดเหตุพบ น.ส.ศิรินภา พนมศิลป์ พนักงานร้านโลตัสเอ็กเพรส ยืนรอให้การกับทางตำรวจอยู่ โดยเจ้าตัวเล่าเหตุการณ์ว่า ขณะที่ตนกำลังทำงานอยู่ภายในร้านตามปกติ ได้มีลูกค้าเป็นชายเดินเข้ามาภายในร้านพร้อมกับทำท่าทียืนลองสวมใส่แว่นกันแดด จากนั้นเดินมาที่หน้าเคาเตอร์แคชเชียร์ พร้อมกับชักอาวุธมีดสั้นที่เหน็บไว้ที่เอวขึ้นมา และพูดจาข่มขู่ แต่ตนรู้ตัวก่อนจึงกดสวิทต์ล็อคประตูร้าน และวิ่งหนีเข้าไปในหลังร้านทันที หลังจากนั้นก็เห็นคนร้ายปีนข้ามเคาท์เตอร์เข้าไปรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย พยายามใช้มีดที่พกมางัดเอาเงินที่อยู่ด้านในแคชเชียร์แต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะใช้เท้าถีบประตูร้านจนพังเพื่อหลบหนี ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาสอบสวน ที่สน.วังทองหลาง
ต่อมาคนร้ายรายเดิมได้ออกมาจากร้านสะดวกซื้อร้านแรกแล้วได้ขับขี่รถจยย. ไปยังร้านเซเว่น สาขาลาดพร้าว112 ที่ห่างจากจุดเกิดเหตุรายแรกเพียง 50 เมตร ก่อนเข้าไปก่อเหตุลักษณะเดียวกัน แต่ทางพนักงานเซเว่นเห็นว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนปลอมมาข่มขู่จึงช่วยกันเรียกชาวบ้านละแวกนี้มาช่วยกันจับตัวไว้ได้ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบดังกล่าว
อย่างไรก็ตามทางตำรวจได้ทำการสอบสวนตัวผู้ต้องหา แต่ยังให้การวกไปวนมา คล้ายกับมีอาการมึนเมาบางสิ่งบางอย่าง จึงนำตัวไปตรวจสอบสารจากปัสสาวะ พบว่าเป็นสีม่วง หลังจากนี้ต้องนำตัวส่งรพ. เพื่อตรวจหาว่าเป็นสารเสพติดชนิดใด รวมทั้งทำการตรวจสอบประวัติ และแผนประทุษกรรมย้อนหลัง เพื่อขยายผลว่าผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุในลักษณะนี้หรือไม่ เบื้องต้นแจ้งข้อหา "พยายามชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธและใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการหลบหนี" ก่อนตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.วังทองหลาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป