ทนายยันต้องป้องสิทธิ "สมเด็จช่วง"

"ทนายความวัดปากน้ำ" แจงกรณี"รมว.ยุติธรรม"ติงแถลงข่าว 1 ส.ค. ยันทำเพื่อปกป้องสิทธิ "สมเด็จวัดปากน้ำ" ถูกกล่าวหาให้เสื่อมเสีย ยันดูข้อมูลรอบด้าน
ข่าว
นายสมศักดิ์ โตรักษา ทนายความวัดปากน้ำภาษีเจริญ บอกว่า กรณีพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรมระบุว่า การชี้แจงแถลงข่าวเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ควรอ่านคำชี้แจงทางการจากกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ไม่ใช่ไปดูข้อมูลตามสื่อว่า ขอกราบเรียนพล.อ.ไพบูลย์ด้วยความเคารพ สิ่งที่ตนแถลงนั้นได้รวบรวมข้อมูลเอกสารแถลงข่าวและข้อมูลการแถลงข่าวผ่านสื่อของผู้บริหารดีเอสไอ ซึ่งระบุว่ารถเบนซ์โบราณในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เข้าข่ายผิด 2 ข้อหา คือ มีส่วนรู้เห็นและร่วมกันครอบครองสินค้าที่รู้ว่าไม่เสียภาษี หรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน และข้อหาร่วมกันแจ้งความเท็จลงในเอกสารราชการ
ทั้งนี้ ต่อมาในวันที่ 28 ก.ค. ทีมสอบสวนคดีพิเศษของดีเอสไอได้ประชุมร่วมกับพนักงานอัยการ ปรากฎว่า ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อสมเด็จฯและไม่พบว่า สมเด็จฯ กระทำผิดกฎหมายตามที่อธิบดีดีเอสไอแถลงผ่านสื่อเมื่อวันที่ 22 ก.ค.
นายสมศักดิ์ บอกอีกว่า ตนในฐานะทนายความของสมเด็จฯ จึงรอให้อธิบดีดีเอสไอออกมาแถลงแก้ไขให้เกิดความกระจ่างแก่สังคม แต่อธิบดีก็ไม่ดำเนินการ จึงต้องออกมาแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงปกป้องสิทธิสมเด็จฯ และไม่ให้สังคมเกิดความสับสนเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งคดีรถเบนซ์โบราณการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ดีเอสไอก็ไม่สมควรออกมาแถลงให้สังคมเกิดความสับสน
นอกจากนี้ ความเห็นที่ยืนยันว่าผิดอย่างไรก็ไม่สมควรใช้ เพราะในชั้นพนักงานสอบสวนนั้นเป็นแค่ความเห็นที่ต้องเสนอความเห็นไปยังอัยการและอัยการจะเห็นพ้องกับความเห็นของพนักงานสอบสวนด้วยหรือไม่เป็นอำนาจของอัยการ ที่สำคัญคนที่จะชี้ผิดชี้ถูกต่อกรณีดังกล่าวได้คือศาลเท่านั้น ส่วนที่จะฟ้องร้องที่ละเมิดสิทธิสมเด็จและทำให้เสื่อมเสียนั้น สมเด็จฯมีเมตตาไม่ให้ฟ้องร้องผู้ใด