ที่ จ.ชัยภูมิ เกิดกรณีที่คณะเพื่อนครูในเขต อ.แก้งคร้อ ตกเป็นเหยื่อแก๊งแฮกเฟสบุ๊คหลอกยืมเงิน โดยมีคนหลงเชื่อโอนเงินผ่านธนาคารนับร้อยรายและเมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 4 ส.ค. 59 นายพจนปกรณ์ ประยูรพรหมและนางละมัย หิรัญคำ ซึ่งทั้ง 2 เป็นอาจารย์โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ได้พากันเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ. ศักดิ์สิทธิ์ สิงคเสลิต พนง.สอบสวน สภ.แก้งคร้อ ว่าถูกเฟสบุ๊คของคุณพ่อตนเอง คือนายประกิต ประยูรพรม อายุ 62 ปี ปัจุบันอาศัยอยู่ในตัวเมืองชัยภูมิ และเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแก้งคร้อวิทยา ซึ่งเกษียณอายุราชการไปเมื่อปีที่แล้ว และเฟสบุ๊คของนางละมัย หิรัญคำ ถูกแก๊งคนร้ายแฮกข้อมูลสวมรอยหลอกให้เพื่อนครูและคนรู้จักโอนเงินไปให้ รายละ 5,000-10,000 บาท
ซึ่งมีคนโอนเงินเข้าบัญชีเลขที่ 9843960378 ของธนาคารกรุงไทย สาขาอรัญประเทศ ชื่อบัญชี มิสเตอร์ มัลสตาฟัล ไปแล้วเป็นจำนวนมากหลายแสนบาทตำรวจได้ประสานไปยังธนาคารกรุงไทย สาขาแก้งคร้อ เพื่อขอตรวจสอบข้อมูลการเงินของแก๊งคนร้ายตามบัญชีธนาคารครั้งนี้ พบว่ามีเงินไหลเข้าบัญชีของคนร้ายอย่างต่อเนื่องมากกว่า 5 แสนบาท และยังมียอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแสดงว่ามีเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินอีกเป็นจำนวนมาก
อาจารย์สาวหนึ่งในหนึ่งผู้เสียหาย ระบุเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้โอนเงินเข้าบัญชีคนร้ายหลังได้รับข้อความ ซึ่งมาจากการพูดคุยกันในอินบ๊อคข้อความของเฟสบุ๊คอดีต ผอ.ร.ร.และนางละมัย หิรัญคำ ครูที่ให้ความเคารพนับถือกันมาก ทำให้เชื่อสนิทว่าเป็นเจ้าของเฟสบุ๊คตัวจริง โดยไม่คิดระแวงแต่อย่างใด เพราะมีการโต้ตอบและใช้ภาษาที่คุ้นเคยกันมาก โดยคนร้ายแก๊งแฮกเฟสบุ๊คขอยืมเงินจำนวน 1 หมื่นบาท แต่มีเงินไม่พอจึงบอกขอโอนเงินให้ไปได้เป็นจำนวนเงิน 5 พันบาทก่อน ซึ่งคิดว่าอดีต ผอ.รร.อาจมีความจำเป็นจริง
โดยคนร้ายบอกว่าจะโอนเงินคืนให้ในวันรุ่งขึ้น จนผ่านไปหลายวันกระทั่งเจอหน้าเจ้าของเฟสตัวจริงเรื่องทั้งหมดจึงเปิดเผยขึ้นเมื่อไปสอบถามเรื่องเงินที่โอนให้ไปเมื่อหลายวันก่อน เจ้าของเฟสยืนยันว่าไม่เคยส่งข้อความไปยืมเงินใครทั้งสิ้น จึงรู้ว่าถูกหลอก ซึ่งบรรดาคณะครูอาจารย์ต่างก็ยืนยันเช่นเดียวกัน
และล่าสุดคนร้ายยังได้แฮกข้อมูลเฟสบุ๊คของอดีตผู้อำนวนการโรงเรียนแก้งคร้อวิทยา คือนายประกิต ประยูรพหรม โดยคนร้ายใช้หมายเลยบัญชีเดียวกันส่งข้อความมายืมเงินของนายพจนปกรณ ประยูรพรหม ซึ่งเป็นบุตรชายของเจ้าของเฟสบุ๊คเองอีกด้วย รวมทั้งคณะครูอาจารย์ของโรงเรียนอีกครั้ง หลังมีการเข้าแจ้งความแล้วก็ตาม ซึ่งคนร้ายอาจยังไม่รู้ว่าถูกจับได้จึงเข้ามายืมเงินต่อเนื่องไม่หยุด
ทางด้าน ร.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ สิงคเสลิต พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เผยคดีนี้น่าจะเป็นขบวนการแก๊งต้มตุ๋นรายใหญ่ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลทางการเงินเข้าออกเฉพาะวันนี้มีการโอนเงินเข้ามากกว่า 100 รายการ และยังโอนต่อเนื่องไม่หยุด ซึ่งขณะนี้ได้ให้เจ้าของเฟสบุ๊คทำการปิดเฟสบุ๊คก่อน และโทรแจ้งเพื่อนๆ ที่รู้จักว่าอย่าตกเป็นเหยื่ออีกเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะมีผู้เสียหายมากกว่านี้
จึงอยากฝากบอกไปยังประชาชนที่เล่นเฟสบุ๊คควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนถ้าหากมีการขอยืมเงินจากคนรู้จักกันจริงควรโทรติดต่อถามกันโดยตรงจะดีกว่ามาบอกผ่านข้อความทางเฟสบุ๊คที่อาจจะถูกแฮกจากคนไม่หวังดีหาผลประโยชน์ในลักษณะนี้ได้อีก และ ตร.จะได้เร่งทำการสืบสวนสอบสวนขบวนผลว่าคนร้ายกลุ่มนี้อยู่ที่ไหนกันแน่เพื่อเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วต่อไป