เนชั่นทีวี

ข่าว

ตำรวจท่องเที่ยวบุกค้นบริษัททัวร์จีน พบสวมบัตรปชช.ไทย เปิดบริษัท

04 ส.ค. 2559 | te

ตำรวจท่องเที่ยวบุกค้นบริษัททัวร์จีน พบสวมบัตรปชช.ไทย เปิดบริษัท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 ส.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. นายสุธรรม เดชดี รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว นายสาโรจน์ สุวัตถิกุล รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นายโสภณ บำเทิงเวชช์ นักตรวจสอบภาษีชำนาญการพิเศษ กรมสรรพกร เจ้าหน้าที่ ปปง. เจ้าหน้าที่ทหาร ร.1 พัน.2 รอ. และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน ร่วมกันนำกำลังและหมายค้นศาลอาญา ที่ 263/2559 ลงวันที่ 4 ส.ค. 2559 เข้าตรวจค้น บริษัท ซินหยวน ทราเวล จำกัด เลขที่ 370/8 ชั้น 7 อาคารสุภัทรา ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. เพื่อขยายผลและตรวจสอบบริษัททัวร์ที่คนจีนใช้วิธีสวมบัตรประชาชนเป็นคนไทยแล้วไปขออนุญาตเปิดบริษัททัวร์ สร้างความเสียหายให้กับประเทศ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับการตรวจค้นดังกล่าว สืบเนื่องจากการขยายผลจับกุม บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด ตั้งอยู่ภายในอาคาร เค.เอส.แอล.ทาวเวอร์ บริเวณชั้น 11 ห้องเลขที่ 503/19 ถ.ศรีอยุธยา แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีผู้ร่วมขบวนการอีก 3 ราย ประกอบด้วย นางธวัล แจ่มโชคชัย อายุ 59 ปี ชาวไทย เป็นกรรมการผู้จัดการ และ ชาวจีนไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง อายุ 57 ปี เป็นกรรมการผู้จัดการ และตรวจสอบพบว่า ชาวจีนวัย 57 ปีนั้น ลักลอบสวมบัตรประชาชนคนไทยโดยใช้ชื่อ นายสมเกียรติ คงเจริญ ซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2550 เพื่อใช้ในการจดทะเบียนและ เปิดบริษัทนำเที่ยวภายในประเทศไทย และยังปรากฏชื่อนายสมเกียรติ เป็นผู้บริหารของ บริษัทซินหยวน ทราเวล จำกัด ประกอบกิจการทัวร์ ท่องเที่ยวเช่นเดียวกับบริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด
 วันนี้จึงนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆร่วมกันตรวจสอบที่บริษัทดังกล่าวนี้ ซึ่งบริษัท ซินหยวน ดำเนินการเปิดมาแต่ปี 2558 มีนายสมเกียรติ เป็นกรรมการผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งตามกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ได้ระบุว่าหากไม่ใช่คนไทยแต่เป็นคนต่างชาติจะมีสิทธิ์เป็นผู้ถือหุ้นไม่เกินกึ่งนึงเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นการทำธุรกรรมที่ช่อฉล ทั้งนี้ในส่วนเอกสารหลังฐานต่างๆที่เราสืบสวนได้ ทางสำนักงาน ปปง.ก็จะดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ ควบคู่กันไป

ตำรวจท่องเที่ยวบุกค้นบริษัททัวร์จีน พบสวมบัตรปชช.ไทย เปิดบริษัท

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามบริษัทประเภทนี้เป็นบริษัทที่สวมบัตรประชาชนคนไทยและนำมาจดทะเบียนตั้งบริษัทซึ่งเป็นการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจนและเป็นการทำทัวร์ที่ไม่นำรายได้เข้าประเทศ เพราะฉะนั้นความเสียหายนั้นมีอยู่ 2 ส่วนคือ 1ในทัวร์ประเภทดังกล่าวมีแต่ปริมาณนักท่องเที่ยวสูง วันละ 20,000 กว่าคน แต่รายได้ไม่เข้าประเทศซึ่งประเทศไทยเสียรายได้ส่วนนี้ไป 
ส่วนที่ 2 คือการทำทัวร์ต่ำแบบนี้ทำให้ดูเอาเปรียบบริษัททัวร์คนไทยด้วยกันที่ถูกกฎหมายในประเทศไทย สองส่วนนี้ถ้ายังมีบริษัททัวร์ประเภทนี้อยู่ก็จะเกิดความเสียหายอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตามในวันนี้ข้อมูลต่างๆที่เราได้มา ส่วนหนึ่งได้ข้อมูลจากภาคเอกชน วันนี้ก็ต้องขอบคุณในส่วนของภาคเอกชนทั้งหมดที่แจ้งข้อมูลเบาะแสขึ้นมา 
ทั้งนี้ถ้าหากพบทัวร์ในลักษณะเช่นนี้สามารถโทรแจ้งเข้ามาที่หมายเลขโทรศัพท์1155 ศูนย์บริการสายด่วนของตำรวจท่องเที่ยว ทั้งนี้ก็ได้ทำตามขบวนการสอบสวนต่อไป ก็ไม่ได้จบเพียงแค่นี้ หากพาดพิงไปถึงส่วนไหน หรือว่าส่วนไหนที่มีการฟอกเงินการดำเนินการการทำธุรกรรมที่นำไปสู่การฟอกเงิน ซึ่งตอนนี้เรานำไปสู่ขบวนการตั้งความผิดและยึดทรัพย์ทันที ในส่วนของการตรวจสอบภาษีก็จะทำการตรวจสอบย้อนหลังกลับไปว่าที่ผ่านมาการชำระภาษีนั้นถูกต้องหรือไม่

ตำรวจท่องเที่ยวบุกค้นบริษัททัวร์จีน พบสวมบัตรปชช.ไทย เปิดบริษัท


พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการสืบสวนพบว่า ชื่อของ นายสมเกียรติ คงเจริญ นั้น ถูกนายธวัล นำมาสวมให้กับเพื่อนชาวจีน เพื่อร่วมกันเปิดบริษัททัวร์ 2 แห่ง สำหรับนายธวัลนั้น มีประวัติเกี่ยวข้องกับขบวนการสวมบัตรประชาชนคนไทยให้กับคนจีนมานานแล้ว เพื่อช่วยให้คนจีนได้เข้ามาเปิดบริษัททำธุรกิจในประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบว่านายธวัล ยังเกี่ยวข้องกับการสวมบัตรให้ตัวการใหญ่ของบริษัท ยูฟัน ซึ่งเป็นคนจีน และยังพบพฤติกรรมว่ามีการโอนย้ายชื่อของคนจีน ที่สวมบัตรคนไทยเข้าทะเบียนบ้านจำนวนมาก ในส่วนตรงนี้ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบกันต่อไป
ด้านนายสุธรรม กล่าวว่า ในส่วนของกรมการท่องเที่ยวในวันนี้จะดูเรื่องใบอนุญาต ซึ่งบริษัทนี้มีใบอนุญาตของกรมการท่องเที่ยวอย่างถูกต้องในนามของนายสมเกียรติ และจะดูเรื่องของมัคคุเทศก์เถื่อน(ไกด์เถื่อน) เอกสารการเคลียร์บิลของไกด์ รายชื่อไกด์ที่ทำงานในบริษัท พร้อมกับสำเนาบัตรประจำตัวมัคคุเทศก์และบัตรประชาชน เพื่อเปรียบเที่ยวว่าเป็รคนไทยจริงหรือไม่ เนื่องจากตามกฎหมายอาชีพมัคคุเทศก์นั้นสงวนไว้ทำหรับคนไทยเท่านั้น
 ส่วนการจะเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบกิจการหรือไม่นั้น ต้องรอผลที่ยืนยันได้ว่านายสมเกียติ นั้นได้สวมบัตรประชาชนคนไทยจริง ทางกรมการท่องเที่ยวจึงจะสามารถเพิกถอนใบอนุญาติได้

ข่าวล่าสุด