เจ้าของอู่เบนซ์หรู"สมเด็จช่วง" โวย! ตกใจ โดนเก็บภาษีย้อนหลัง 6.8 ล้าน

กรมสรรพสามิต ส่งหนังสือถึง ดีเอสไอ เรียกประเมินภาษีรถยนต์เบนซ์หรู ของสมเด็จช่วง เป็นเงิน 6 ล้าน 8 แสนบาท ขณะที่เจ้าของอู่รถโบราณ เห็นตัวเลขแล้วตกใจ บอกไม่มีเงินจ่าย
ข่าว
กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รายงว่า กรมสรรพสามิตได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดแจ้งผลการตรวจสอบการเสียภาษีของรถเบนซ์ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งปรากฏหลักฐานหนังสือสัญญาซื้อขายราคา 4 ล้านบาท พบว่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยังไม่ได้ชำระภาษีสรรพสามิตตามกฎหมาย จึงได้ประเมินภาษีกับผู้ประกอบรถยนต์คือ นายวิชาญ รัษฐปานะ รวมเป็นเงินประมาณ 6.8 ล้านบาท สำหรับความผิดทางอาญา ขอให้ดีเอสไอ ดำเนินการ
โดยมีหลักฐานปรากฏ เป็นหนังสือสัญญาซื้อขายราคา 4 ล้านบาท พบว่าผู้ประกอบอุตสาหกรรมยังไม่ได้ชำระภาษีสรรพสามิตตามกฏหมาย จึงได้ประเมินภาษีกับผู้ประกอบรถยนต์ คือ นายวิชาญ รัษฐปานะ ในฐานะเป็นผู้จดประกอบรถยนต์ที่ชำระภาษีไม่ครบถ้วน เป็นเงินภาษี 1.6 ล้านบาท เบี้ยปรับ 3.2 ล้านบาท เงินเพิ่ม 1.4 ล้านบาท รวมเป็นเงินประมาณ 6.8 ล้านบาท
ด้าน วิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของอู่รถโบราณ บริษัท แอนซีทรานสฟอร์เมอร์ จำกัด บอกว่า ยังงง อยู่เหมือนเดิม ว่าทำไมต้องให้อู่ไปจ่ายให้ เพราะเป็นเพียงผู้รับจ้างซ่อม-ประกอบ ไม่เคยมีชิ้นส่วนใดของตัวรถเป็นของตัวเองสักครั้ง ส่วนตอนที่ประกอบรถเสร็จส่งมอบต่อให้ทางพระ ใครเป็นคนเอาเอกสารไปยื่นเสียภาษี อู่ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วย
เจ้าของอู่ วิชาญ บอกว่า ถ้าจะไล่เบี้ยเสียภาษี ต้องไปไล่บี้เอากับคนที่มีชื่อยื่นเสียภาษี และที่ผ่านมา อู่ ยังไม่โดนแจ้งข้อหา เพราะดีเอสไอกันไว้เป็นพยาน ส่วนกรมสรรพามิต ได้มีหนังสือเรียกไปคุยกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิต ได้ชี้แจงไปแล้วว่า ใครเป็นคนที่ต้องภาษี เพราะมีหน้าที่ซ่อมเท่านั้น หากต้องจ่ายเป็นเงิน 6.8 ล้าน ฟังแล้วตกใจ เพราะไม่มีเงินจ่าย ในชีวิตไม่เคยเห็นเงินล้านเลย
ส่วนกรณีมีใบเสร็จแสดงว่า พระไปจ่ายเงินให้กับอู่วิชาญ 4 ล้านบาท ในการทำรถ นายวิชาญ บอกว่า เป็นบันทึกช่วยจำในจ๊อบว่าเขาจะจ่ายทีมงานให้น้าอ๊อด 2.5 ล้านบาท เป็นค่าตัวรถ ค่าทำทะเบียน และค่าซ่อมให้ทางอู่ 1.5 ล้านบาท แต่เป็นการเหมาหมดในการซ่อม ไม่ว่าทำสี เบาะ ทำลูกยาง ให้สวยงาม