เรียนฟรี อาจเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดสิ่งเดียวในร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผู้ปกครอง และเยาวชนที่มีสิทธิออกเสียงประชามติกว่า 6 แสน คน อาจตัดสินใจว่าจะเทคะแนนให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ของพวกเค้าและคนไทยหรือไม่
ท่ามกลางเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ยากและไกลตัว ผู้ปกครองและเด็กๆหลายคนบอกว่า สิ่งที่พวกเค้าสนใจมากที่สุดคือ มาตรการเรียนฟรี และอาจเป็นสิ่งที่ใช้ตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขณะที่หลายคนยังกังวลว่า สิทธิ์การเรียนฟรี 15 ปี ที่มีอยู่จะหายไป
หากพลิกร่างรัฐธรรมนูญกับสิทธิ์เรียนฟรี อยู่ในร่างมาตรา 54 ที่ระบุว่า "รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียน จนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย" หากเกินกว่านั้น ให้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ขาดแคลนในมาตรา 258 นั่นหมายความว่า โครงการเรียนฟรี จะเริ่มต้นจากชั้นอนุบาล 1 จนถึงชั้น ม.3 สร้างความกังวลว่าเด็กชั้น ม.ปลาย และอาชีวศึกษาจะหลุดออกไปจากระบบหรือไม่
โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญยืนยันว่า การศึกษาของเด็กก่อนวัยเรียนเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนสิทธิ์เรียนฟรี 15 ปีที่มี เป็นเพียงนโยบายพรรคการเมือง ไม่มีกฎหมายรองรับ พร้อมย้ำให้ดูกฎหมายการศึกษาภาคบังคับที่กำหนดไว้เพียง 9 ปี ขณะที่กฎหมายการศึกษาแห่งชาติกำหนดไว้ขั้นต่ำ 12 ปี เช่นเดียวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่กำหนดไว้ขั้นต่ำ 12 ปี เช่นกัน ส่วนคำสั่งหัวหน้า คสช. กำหนดให้เรียนฟรี 15 ปี ที่ออกมานั้น ก็ครอบคลุมและไม่ขัดกับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะให้เกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดได้
แม้จะยืนยันว่าสิทธิ์เรียนฟรี 12 ปีเป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำ พร้อมการอุดช่องว่างจากคำสั่งหัวหน้า คสช. แต่ก็ยังดูทับซ้อนและไม่ชัดเจน สุ่มเสี่ยงที่เด็กระดับชั้น ม.ปลายและอาชีวศึกษาจะหลุดจากระบบ เรียนฟรี จึงกลายเป็นคำถามดังๆ ก่อนการตัดสินใจว่าคุ้มค่าหรือไม่ ก่อนการตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้