การสั่งพักงานนายก อบจ.เชียงใหม่ บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ รวมถึงการจับกุมอดีต ส.ส.เชียงใหม่ ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ จากพรรคเพื่อไทย พร้อมพวก ถือเป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติการณ์ของ คสช. เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มที่ออกมารณรงค์ให้ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
PRIMETIME ได้รับข้อมูลว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบ ได้สั่งการไปยังแม่ทัพภาคที่ 1-4 ที่กำกับดูแลกองกำลังรักษาความสงบในแต่ละภาคให้เกาะติดสถานการณ์ และความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ ก่อนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคมนี้
พร้อมทั้งได้ส่งหน่วยข่าวลงพื้นที่ โดยเน้นในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน เป็นหลัก เนื่องจากพบว่ามีกลุ่มการเมืองระดับชาติ และระดับท้องถิ่นอยู่เบื้องหลังในการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย โดยเฉพาะการบิดเบือนข้อมูลร่างรัฐธรรมนูญ
ตามข้อมูลของหน่วยข่าว คสช. พบว่า กลุ่มแกนนำในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน ต่างหายุทธวิธีเพื่อไม่ให้ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จากเดิมมีการบิดเบือน 3 ประเด็น ที่จะไม่มีในรัฐธรรมนูญใหม่ คือ ตัดสิทธิ์ 30 บาทรักษาทุกโรค ยกเลิกเรียนฟรี 15 ปี และยกเลิกเรื่องสวัสดิการผู้สูงอายุ
แหล่งข่าวจาก คสช. บอกด้วยว่า ขณะนี้ มีการปล่อยข่าวในรูปแบบใหม่คือ ให้ประชาชนไม่ต้องรับร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้บริหารประเทศต่อไป
ในประเด็นของ อดีตส.ส.เชียงใหม่ น.ส.ทัศนีย์ ที่ส่งจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนใน จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.ลำพูน นั้น ฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้แจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และข้อหาซ่องโจร ตามกฎหมายอาญามาตรา 210 พร้อมเชิญตัว น.ส.ทัศนีย์ พร้อมพวก มาให้ข้อมูลที่มณฑลทหารบกที่ 11 ซึ่ง
โดยที่ น.ส.ทัศนีย์ ยอมรับเป็นผู้จัดทำจดหมายดังกล่าวเพียงคนเดียว ไม่มีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่า จดหมายดังกล่าวไม่มีลักษณะบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ
สำหรับ น.ส.ทัศนีย์ นั้น แหล่งข่าว คสช. บอกว่า ได้ตรวจสอบและพบว่า ครอบครัวของเธอมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนในตระกูลชินวัตรมายาวนานแล้ว และกำลังเช็คความเคลื่อนไหวว่า จะโยงไปถึงเครือข่ายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่
หน่วยข่าวจาก คสช. ยอมรับว่า ขณะนี้ได้ติดตามความเคลื่อนไหว ของนักการเมืองท้องถิ่น ใน 3 จังหวัดที่เกี่ยวข้องคือเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เพราะจากหลักฐานมีการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน เวลาเดียวกัน จึงไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญแน่
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า การจับกุมทั้งกรณีของ นายบุญเลิศ และนส.ทัศนีย์ เป็นไปตามพยาน หลักฐานที่ปรากฎ ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่ได้มุ่งเจาะจงว่าจะจับใคร
เมื่อถามต่อว่ากรณีนี้เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ใครผิดว่าไปตามผิด และใครจะไปทราบว่ามีเหตุเกิดที่จ.เชียงใหม่ เพราะไม่มีใครคิด ถ้าใครทำอะไร ถ้าจับได้ก็ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวน ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเป็นใคร หรือจ.ใด เพราะทุกฝ่ายต้องดูแลร่วมกันทุกพื้นที่
ขณะที่ ทีมโฆษก คสช. พันเอก ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ บอกว่า เจ้าหน้าที่มีอำนาจควบคุมตัวอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย น.ส. ทัศนีย์ ในกรอบเวลาไม่เกิน 7 วันเท่านั้น โดยยืนยันว่า ดำเนินการตามขั้นตอนของกรอบกฎหมาย คือ ควบคุมตัวตามประกาศคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 3/2558 เพราะนายทหารพระธรรมนูญ ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ร่วมกันยุยงปลุกปั่นทำให้เกิดความวุ่นวาย และเป็นอั้งยี่ซ่องโจร รวมถึง กกต. แจ้งความเอาผิด พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ
ขณะที่ แกนนำพรรคเพื่อไทย จาตุรนต์ ฉายแสง บอกว่า การสั่งพักงานนายก อบจ.เชียงใหม่ บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ รวมถึงการจับกุมอดีต ส.ส. ทัศนีย์ โดย เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และไม่เป็นไปตามกระบวนการสอบสวนปกติ และจะเกิดจากความหวาดกลัวของ คสช. ที่กลัวว่าร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่จดหมายโจมตีร่างรัฐธรรมนูญที่จ.เชียงใหม่ว่า ได้เห็นจดหมายดังกล่าวแล้ว ส่วนตัวตนเห็นว่าข้อความที่ปรากฏในจดหมายเป็นข้อมูลเท็จ โน้มน้าวโจมใจบุคคล ซึ่งกกต.เชียงใหม่ ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว หากการกระทำดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้องเกิน5คน จะมีโทษที่หนักขึ้น ตามมาตรา61 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.ประชามติ ถ้านักการเมืองหรือพรรคใด บอกว่า จดหมายดังกล่าวไม่ผิด ขอให้ทำการเผยแพร่ อย่ามาให้สัมภาษณ์แค่ว่าไม่ผิด เพราะถ้ามั่นใจอย่างนั้น ขอให้ออกแถลงการณ์ในนามพรรคจะได้รู้ว่าผิดหรือไม่