จากการเปิดเผยของนางอุไร แก้วบัวดี อายุ49ปีอาศัยอยู่บ้านเลขที่401/80ม.2ต.เพ อ.เมือง จ.ระยองได้กล่าวด้วยท่าทีตกใจว่าช่วงเวลาประมาณตี5.30น.มีลมพายุพัดมาอย่าแรงลักษณะคล้ายพายุงวงช้างหอบลมพัดเข้ามาทางร้านอาหารที่ตนกำลังเตรียมของเพื่อทำการค้าขายให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งในขณะนั้นเองตนก็ตกใจเป็นอย่างมากต้องหาที่หลบกันจ้าละหวั่นกับเด็กๆในร้านโดยลมพัดผ่านหอบเอาเครื่องใช้ไม้สอยรวมถึงโต๊ะเก้าอี้ภายในร้านเสียหายกระจัดกระจายโครงการหลังคากระเบื้องแตกตกหล่นเป็นที่ตกใจแก่ผู้พบเห็นโดยใช้เวลาประมาณ10นาทีลมจึงสงบทิ้งไว้แต่ร่องรอยความเสียหาย
จากการสอบถามนายเสนอ คล้ายพงษ์พันธุ์ อายุ54ปี บ้านเลขที่61/7ม.1ต.เพ อ.เมือง จ.ระยองได้เปิดเผยด้วยว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่เคยพบเจอมาก่อนและมาเกิดในช่วงวันหยุดยาวข้าวของเครื่องใช้รวมถึงอาหารทะเลสดที่เตรียมให้กับนักท่องเที่ยวเสียหายทั้งหมดเพราะลมพัดมาของต่างๆกระจัดกระจายปลิวว่อนไปทั่วโดยเฉพาะอาหารที่เตรียมไว้เช่นปลาอินทรีย์เป็นตัวๆหลายตัวได้ซื้อไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวไม่รู้จะไปขายใครรวมค่าความเสียหายหลักหมื่นหลักแสนกันเลยทีเดียว
ด้านนายยานยนต์ อรุณเวสสะเศรษฐ ผู้บริหารท่าเรือนวลทิพย์ ได้กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย ที่เกิดจากภัยธรรมชาติ แต่โชคดีที่โครงสร้างหลักยังแข็งแรงจึงทำให้ไม่โค่นล้มลงมาทั้งหมดไม่เช่นนั้นเสียหายหนักกว่านี้แน่ นอกจากนี้ในส่วนของบริเวณท่าเรือยังเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวข้ามฝากไปเกาะเสม็ดรวมทั้งท่าเรือไม่ได้รับผลกระทบยังเปิดให้บริการตามปกติ
ด้านนางกิมห่อ ลี้เซ่งเฮง อายุ75ปีบ้านเลขที่95/1ม.2ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง เจ้าของเก่าท่าเทียบเรือนาลทิพย์ได้เปิดเผยว่าช่วงแรกรู้สึกตกใจมากเป็นห่วงบรรดาเจ้าของร้านค้าและเด็กๆในร้านหลังจากทราบข่าวก็ได้รีบออกมาดูในส่วนของค่าความเสียตัวอาคารร้านอาหารภายในท่าเรือรวมระยะความยาว25เมตรโครงสร้างหลังคาถูกลมพัดกระจัดกระจายตกหล่นแตกหักเกือบทั้งหมดประเมินค่าความเสียหายประมาณ1ล้านเศษส่วนระยะเวลาในการซ่อมแซมคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ3เดือนจึงแล้วเสร็จ