นายกรัฐมนตรีบินาลี ยิลดิริม ประกาศเช้านี้ว่า ความพยายามก่อรัฐประหารของทหารกลุ่มหนึ่งตั้งแต่คืนวันศุกร์ประสบความล้มเหลวและรัฐบาลคงอยู่ในอำนาจ และเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีผู้ถูกจับกุมราว 336 คน รวมทั้งนายพลคนหนึ่งที่มีส่วนร่วมวางแผนก่อรัฐประหารเสียชีวิต
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มูฮาร์เรม โคเซ่ อดีตที่ปรึกษาทางกฎหมายของกองทัพเป็นบุคคลสำคัญอยู่เบื้องหลังการก่อรัฐประหาร และนายกรัฐมนตรียิลดิริม ยืนยันว่า ฮูลูซี อาการ์ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังคงควบคุมกองทัพอยู่ และไม่ได้มีส่วนร่วมในรัฐประหาร
ขณะที่สนามบิน อตาเติร์กในนครอิสตันบุลเปิดทำการแล้ว และสถานีโทรทัศน์บางช่องเริ่มกลับมาออกอากาศตามปกติแล้ว หลังถูกปิดไปชั่วคราวเมื่อถูกทหารเข้าควบคุม และทหารที่เข้ายึดสะพานสำคัญ 2 แห่งในอิสตันบุลยอมมอบตัวแล้ว
สถานการณ์ในนครอิสตันบุลและกรุงอังการา เมืองหลวงอยู่ในความโกลาหลนับจากเมื่อคืนวันศุกร์มีทหารกลุ่มหนึ่งที่อ้างตัวว่าชื่อ "สภาสันติภาพ"" เข้าควบคุมสถานีโทรทัศน์ ทีอาร์ทีของทางการ และประกาศรัฐประหารเข้ายึดอำนาจรัฐบาล ออกกฎอัยการศึก และบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิว โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลบ่อนทำลายประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมการแบ่งแยกศาสนาออกจากอำนาจปกครอง
มีรายงานเสียงปืนและเสียงระเบิดดังเป็นระยะทั้งในอิสตันบุลและอังการาตลอดทั้งคืน และเช้าวันนี้รถถังยิงโจมตีอาคารรัฐสภาที่มีสมาชิกรัฐสภาหลบซ่อนตัวอยู่ด้านใน และเครื่องบินขับไล่ของรัฐบาลยิงสอยเฮลิคอปเตอร์ที่ถูกกลุ่มก่อรัฐประหารนำไปใช้บินลาดตระเวนเหนือกรุงอังการา
ประธานาธิบดีเรเจ๊ป ไตยิบ แอร์ดวน ซึ่งพักตากอากาศในเมืองมาร์มาริสของประเทศเดินทางถึงอิสตันบุลเช้าวันนี้ และแถลงที่สนามบิน อตาเติร์กว่าพวกก่อรัฐประหารเป็นคนทรยศ และเขาจะไม่ยอมประนีประนอม รวมทั้งเตรียมพร้อมยอมตายเพื่อรักษาชาติ นอกจากนี้เขาบอกด้วยว่าเกิดระเบิดที่โรงแรม หลังเขาออกจากที่นั่น
ก่อนหน้านั้นนายแอร์ดวนใช้โทรศัพท์ติดต่อสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น เติร์กด้วยระบบเฟซไทม์เรียกร้องให้ประชาชนออกมาแสดงพลังต่อต้านการรัฐประหาร โดยบอกว่าไม่มีพลังอื่นใดอยู่เหนือพลังประชาชน และเราจะชนะ คนที่พยายามก่อรัฐประหารจะต้องได้รับโทษอย่างสาสม
ประชาชนเดินขบวนสนับสนุนรัฐบาลทั้งในนครอิสตันบุลและกรุงอังการา และเผชิญหน้ากับรถถังและทหารที่เฝ้าคุมพื้นที่ ทหารใช้ปืนยิงสลายฝูงชน และเบื้องต้นมีตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 ราย โดยอัยการระบุ มีผู้เสียชีวิต 42 รายในกรุงอังการ ซึ่ง 17 รายเป็นตำรวจ
แหล่งข่าวในยุโรป เปิดเผยว่า การก่อรัฐประหารครั้งนี้มีการวางแผนอากกองกำลังที่สำคัญในกองทัพ ไม่ใช่แค่การกระทำของนายทหารเพียงไม่กี่คน
หากการก่อรัฐประหารสำเร็จ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของตะวันออกกลางในรอบหลายปี แต่แม้ในที่สุดประสบความล้มเหลว ก็ยังอาจทำลายเสถียรภาพของประเทศ ที่ผ่านมาตุรกีเคยเผชิญการรัฐประหารหลายครั้ง โดยครั้่งหลังสุดเกิดขึ้นในปี 2523
ประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐ ออกแถลงการณ์สนับสนุนประธานาธิบดีแอร์ดวน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในตุรกีสนับสนุนรัฐบาลที่มาจาการเลือกตั้ง และให้ทุกคนในตุรกียับยั้งชั่งใจและหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง หรือการนองเลือด นอกจากนี้รัสเซีย องค์การนาโต้ และสหภาพยุโรปเรียกร้องให้เกิดเสถียรภาพในตุรกี และอิหร่านซึ่งมีพรมแดนติดกับตุรกีจับตาสถานการณ์ด้วยความวิตกอย่างยิ่ง และย้ำจำเป็นต้องรักษาเอกภาพในตุรกี