โฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค.พรชัย ฐีระเวช พร้อมด้วยผู้บริหาร ธ.ออมสิน,ธกส.และกรุงไทย ร่วมแถลงเชิญชวนประชาชนผู้มีรายได้น้อย ลงทะเบียนผ่าน 3 แบงก์รัฐ เพื่อจัดสวัสดิการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในอนาคต โดยกำหนดผู้ลงทะเบียนต้อง มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป หรือต้องเกิดก่อนวันที่ 16 ส.ค.2541 ว่างงานหรือมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ซึ่งผู้ลงทะเบียนต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น รายได้ การถือครองทรัพย์สิน หนี้สินที่คงค้าง
เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.ถึงวันที่ 15 ส.ค.59 ทั้งนี้แนะนำให้ผู้ที่จะลงทะเบียนดาวน์โหลดแบบฟอร์มและกรอกละเอียดให้เรียบร้อยก่อนเดินทางมาลงทะเบียนที่สาขาของธนาคารเพื่อความสะดวกรวดเร็ว เพราะในช่วง 1 เดือนนี้คาดว่าจะมีการลงทะเบียนประมาณ 3-5 ล้านคน และหลังจากการลงทะเบียนแล้วรัฐบาลจะนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการจัดกลุ่มสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ยอมรับว่าที่ผ่านมาข้อมูลยังมีผิดพลาด เช่น การจ่ายเบี้ยยังชีพให้คนชราที่เสียชีวิตไปแล้วนับแสนคน ปัจจุบันมีผู้รับสวัสดิการจากรัฐบาลประมาณ 10 ล้านคน ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เด็กแรกเกิด และผู้พิการพิการ
ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ชาติชาย พยุหนาวีชัย บอกว่า ออมสินพร้อมลงพื้นที่ไปตามตลาด เพื่อบริการกรอกข้อมูลให้กับพ่อค้า แม่ค้าและประชาชน จึงอยากให้เตรียมตัว เพราะเป็นการจัดเก็บข้อมูลของรัฐบาล จากนั้นจะได้นำไปช่วยเหลือในด้านต่างๆ หากรายได้เปลี่ยนแปลงเมื่อแจ้งข้อมูลในช่วงเป็นนักศึกษา และมีงานทำแล้วให้แจ้งเพิ่มเติมเพื่ออัพเดทข้อมูล การลงทะเบียนในครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อตนเองของผู้มีรายได้น้อย
ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์บริการจัดการทางการเงิน ธนาคารกรุงไทย จิตติ ศุภมลเสนีย์ บอกว่า เพื่อความรวดเร็วในการลงทะเบียน ธนาคารจะใช้วิธีดึงข้อมูลจากบัตรประชาชนที่เป็นแบบชิปการ์ด ซึ่งจะช่วยได้ถึงร้อยละ 90 โดยส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 10 ให้ผู้ลงทะเบียนกรอกเพิ่มเติม
ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการหนี้สินนอกระบบ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วันชัย เจริญชัยมงคล บอกว่า ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ 1,275 คนลงพื้นที่รับลงทะเบียนเพิ่มเติมจากประชาชนผ่านสาขากว่า 3 พันสาขาทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวก จึงต้องการให้เกษตรกรเตรียมพร้อมการลงทะเบียน เพื่อให้รัฐบาลได้จัดสวัสดิการได้ตรงกลุ่ม และได้รับประโยชน์ในด้านอื่นเพิ่มเติม