"ส่วย" หรือที่เรียกว่าผลประโยชน์ คือคำตอบ ที่"ไพรม์ไทม์"ได้ข้อมูล จากนายตำรวจระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ทำไมวงการตำรวจจึงมีข่าวเช่นวิ่งเต้นเพื่อรับตำแหน่งในพื้นที่ดีๆ มาเกือบทุกยุคทุกสมัย
นี่คือเหตุผลสำคัญว่า ทำไมโรงพักเกรดเอ ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงถูกล็อคเป้าจากบรรดานักวิ่งสีกากี ที่ยอมจ่ายเงินค่าตำแหน่ง สูงถึงหลัก 10 ล้านบาท
คดีที่ ร.ต.อ.ชาญชาย เย็นสุข รองสารวัตรจราจร สน.นิมิตรใหม่ เข้าแจ้งความที่สน.บางซื่อ เพื่อเอาผิดกับเพื่อนร่วมรุ่น ร.ต.อ.ชนินท์ธัช รัตน์ชิโนตรัย รองสารวัตรปราปราม สน.บางรัก หลังจากไม่มีรายชื่อขึ้นเป็นสารวัตร ในข้อหาเรียกรับเงินจำนวน 7 แสนบาทเพื่อแลกกับตำแหน่งสารวัตร ถือเป็นคดีแรก ที่เป็นใบเสร็จเปิดโปงการซื้อ-ขาย ตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดีที่สุด
"ไพร์มไทม์" ได้สำรวจพื้นที่แหล่งธุรกิจสีเทาทั่ว กทม. พบว่า พื้นที่ย่านรัชดา ห้วยขวาง ซึ่งเต็มไปด้วยสถานบันเทิง และกรณีที่การตรวจค้นอาบอบนวดอย่างนาตารี พร้อมกับการแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งร่วมค้าประเวณีเด็ก, ค้ามนุษย์, ให้ที่พักคนต่างด้าว เป็นคำตอบของการถอนทุนจากการซื้อตำแหน่ง เมื่อฝ่ายปกครองบุกเข้าจับและพบหลักฐานเป็นบัญชีส่วยที่จ่ายให้กับตำรวจที่คุมพื้นที่ และหน่วยงานอื่นๆ ที่แต่ละเดือนต้องส่งเงินอย่างน้อย 3 หมื่นบาท
ในย่านนี้ยังมีบรรดาผับ ร้านอาหารขนาดใหญ่ เธค และนวดแผนโบราณอีกหลายสืบแห่งซึ่งกลุ่มสถานบริการเหล่านี้จะต้องเงินให้เจ้าหน้าที่ ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 8 พันถึง 5 หมื่นบาท ขึ้นอยู่กับขนาดและมีเด็กต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการหรือไม่
ย่าน มักกะสัน เขตติดต่ออาร์ซีเอ แหล่งบันเทิงใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ก็เป็นอีกพื้นที่ที่มีเงินสะพัดจำนวนมหาศาล จ่ายส่วยรายเดือนเพราะมีสถานบริการประเภทผับ เธค จำนวนมาก รวมถึงอาบอบนวดด้วย แต่ละร้านจะต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าของพื้นที่ ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อร้าน ถ้าเป็นร้านขนาดใหญ่ราคาต้องเพิ่มขึ้นตามขนาด ซอยคาวบอย ย่านถนนอโศก ก็ไม่ต่างกันเพราะมีแหล่งบันเทิงประเภทบาร์โชว์ ซึ่งออกไปทางอนาจาร และยังมีสินค้าปลอมแบรนด์ดังๆ ที่วางขายนักท่องเที่ยว จะต้องจ่ายเงินให้เจ้าของพื้นที่ไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นต่อเดือน
ย่านบางรัก พัฒน์พงษ์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกก็ไม่ต่างจากท้องที่อื่น ที่บรรดาร้านโชว์ บาร์เบียร์ ต่างๆ นับสืบแห่งจะต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ไม่น้อยกว่า 1 หมื่นบาทเช่นกัน
บนถนนสุขุมวิทเช่นซอยทองหล่อ ซึ่งมีสถานบริการไม่น้อยกว่า 50 ร้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านระดับหรู และบางส่วนเปิดรับกลุ่มนักเที่ยวที่อายุไม่ถึง 20 ปีตามกฏหมาย ต้องส่งเงินเจ้าของพื้นที่เช่นกัน ว่ากันว่ามียอดเงินต่อร้านขนาด เฉลี่ยแล้ว มีทั้งหลักแสนบาท และ ทะลุเกินหลักล้านบาท
ส่วนโรงพักเกรดบี ย่านชานเมือง ที่มีสถานบริการอย่างดอนเมือง มีนบุรี หรือย่านฝั่งธนบุรี ที่มีสถานบริการเช่นคาราโอเกะ ผับระดับกลาง ต้องจ่ายเงินแต่ละร้านไม่ต่ำกว่า 5 พันบาท
ผู้จัดการเธค ที่โด่งดัง ในย่าน เอกมัยและทองหล่อ ซึ่งเป็นสถานบันเทิงยอดฮิตของวัยรุ่น บอกกับ "ไพร์มไทม์" ว่า เธค ของเขา ต้องจ่ายส่วยให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้ ถึงเดือนละ หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาท
แม้จะเป็นยอดเงินที่สูง แต่ผู้จัดการเธค แห่งนี้ บอกว่า นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะรายได้เฉลี่ยต่อเดือน หลังจากหักค่าส่วย และงบรับรองของแขกวีไอพี ที่มีบทบาทในธุรกิจของเขา สูงถึงเดือนละ 3 ล้านบาท โดยวันธรรมดา จะมีรายได้หลักแสน แต่ถ้าวันศุกร์ เสาร์ จะสูงถึง 5 แสนบาทขึ้นไป
โดยบุคคล ที่จะได้รับเงินนอกระบบนี้ นอกจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้ว ผลประโยชน์จากสถานบริการและธุรกิจสีเทาๆ จะถูกจัดสรรปันส่วนให้กับหน่วยงานพิเศษอื่นๆอีก เช่นกองบัญชาการสอบสวนกลาง ตำรวจ 191 ซึ่งมีอำนาจการจับกุมได้ทั่วกรุงเทพมหานคร กองปราบปรามที่มีอำนาจการจับกุมทั่วประเทศ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่มีอำนาจการจับกุมเกี่ยวกับชาวต่างชาติ ตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมเศรษฐกิจที่มีอำนาจการจับกุมเกี่ยวกับคดีเศรษฐกิจเช่น สินค้าผิดกฎหมาย
แม้กระทั่งหน่วยงานท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานคร หรือเทศบาล มีส่วนในผลประโยชน์เหล่านั้นด้วย เพราะดูแลเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตอาคารสถานที่ รวมไปถึงหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข ที่ตรวจตราความสะอาดในสถานบันเทิง
นอกจากนี้ยังมีรายชื่อของนักการเมือง จอมแฉ ที่จะต้องจ่ายเงินเพื่อปิดปาก รวมไปถึงนักการเมืองในพื้นที่ ทั้งระดับ ส.ส. และ ส.ก. ด้วย