เนชั่นทีวี

ข่าว

ระวังขับรถชน "ลิงเสน"

13 ก.ค. 2559 | wanchat

ระวังขับรถชน "ลิงเสน"

ประจวบคีรีขันธ์ - อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมนักอนุรักษ์เตือนประชาชนขับรถชะลอความเร็วขณะขับผ่านถนนเข้าบ้านป่าละอู หลังพบฝูงลิงเสนถูกรถชนตายไปแล้วนับ 10 ตัว วอนงดโดยอาหารให้ หวั่นทำให้ลิงเปลี่ยนพฤติกรรม

วันที่ 13 กรกฏาคม เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าเขาหุบเต่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า(WCS ) แห่งประเทศไทย เข้าตรวจสอบซากลิงเสนเพศเมีย ซึ่งถูกรถชนตายบนถนนกรมทางหลวงชนบทสายหนองพลับ-ห้วยสัตว์ใหญ่ ทางเข้าหมู่บ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และได้ช่วยกันฝังซากลิงเสนตัวดังกล่าว
ด้าน นายอัครเดช ผดุงธิติสุนทร เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าเขาหุบเต่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า ในช่วงนี้มีฝูงลิงเสน รวมทั้งลูกลิงตัวเล็กๆ จำนวนมากได้พากันออกจากป่าในเขตอุทยานมาหากินบริเวณสองฝั่งริมถนนสายดังกล่าวมากขึ้น ส่งผลให้ลิงถูกรถชนตายอย่างต่อเนื่อง และจากการรวบรวมสถิติของอุทยานและสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) แห่งประเทศไทย พบว่าลิงเสนถูกรถยนต์ชนตายแล้วอย่างน้อย 10 ตัว ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากผู้ที่ขับรถยนต์ผ่านเส้นทางดังกล่าวชอบนำผลไม้และพืชผักต่างๆมาโยนให้ ทำให้ลิงเสนเปลี่ยนพฤติกรรมออกจากป่ามารอรับอาหารบนถนนมากเพิ่มขึ้น อีกส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ที่สัญจรไปมาขับรถยนต์ด้วยความเร็วจึงชนลิงเสน ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงฝากเตือนประชาชนให้ชะลอความเร็วขณะขับรถผ่านเส้นทางเข้าบ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ และขอให้งดนำอาหารไปโยนให้ เพราะส่งผลกระทบทำให้ลิงเสนเปลี่ยนพฤติกรรม
ทั้งนี้ข้อมูลทางวิชาการระบุว่า ประชากรลิงเสนในประเทศไทย มีแนวโน้มลดลงลดลง โดยมีสถานะทางกฎหมายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 แต่สำหรับพื้นที่บริเวณดังกล่าวกลับพบว่า มีลูกอ่อนลิงเสนเกิดใหม่เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะสังเกตได้จากลูกลิงเสนตัวเล็กจะมีสีขาว และเมื่อเริ่มโตขึ้นสีจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล โดยลิงเสนมีลักษณะลำตัวยาว หลังสั้น ขนสีน้ำตาล หน้ากลม และหางสั้น สิ่งสำคัญก้นจะแดงโดยลิงเสนจะผสมพันธุ์เมื่อมีอายุระหว่าง 3-4 ปี และจะตั้งท้องนานถึง 146 วัน ออกลูกได้เพียงครั้งละ 1 ตัวเท่านั้น และจะมีอายุอยู่ได้นานประมาณ 20 ปี
อย่างไรก็ตาม เส้นทางดังกล่าวมักเกิดอุบัติเหตุระหว่างช้างป่ากับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ จนชาวบ้านเสียชีวิตและบาดเจ็บเมื่อหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากบนเส้นทางดังกล่าวมักมีช้างป่าและสัตว์ป่าชนิดอื่นๆออกมาเดินอยู่บนถนนเป็นประจำมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ข่าวล่าสุด