เนชั่นทีวี

ข่าว

ชี้ตั้ง "พระสังฆราช" ต้องรอบคอบ ไม่มีความผิดพลาด

13 ก.ค. 2559 | lastman

ชี้ตั้ง "พระสังฆราช" ต้องรอบคอบ ไม่มีความผิดพลาด

สุวพันธ์ ชี้แต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ต้องใช้ดุลพินิจโดยรอบครอบในทุกด้าน ขณะที่รองนายกฯ วิษณุ เผย เมื่อ มส.ส่งรายชื่อสังฆราชมาที่นายกรัฐมนตรี ก็เป็นอำนาจของนายกฯ ที่จะต้องตรวจสอบจนมั่นใจว่าไม่มีความผิดพลาด จึงจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ

นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า หลังคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ม.7 พ.ร.บ.สงฆ์ ฉบับแก้ไข พ.ศ.2535 ว่ามหาเถรสมาคม ดำเนินการเสนอนามสมเด็จพระสังฆราชนั้นไม่ขัดกฎหมาย และกฤษฎีกาได้ทำความเห็นเรื่องการเสนอนามสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่มาด้วยโดยให้ความเห็นว่านายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสนอนามพระราชาคณะเพื่อทรงสถาปนา เป็นสมเด็จพระสังฆราช และอยู่ในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ย่อมมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ในการใช้ดุลพินิจโดยรอบคอบในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเรื่องนี้ยังอยู่ที่ตนก็จะพิจารณาอย่างรอบคอบ และรอบด้าน เพื่อให้นายกรัฐมนตรีสามารถใช้ดุลพินิจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์การทูลเกล้าทูลกระหม่อมรายชื่อพระสังฆราชโดยนายกรัฐมนตรีว่าจะทำได้หรือไม่ หากเห็นว่ารายชื่อที่มหาเถรสมาคม หรือมส.เสนอมาไม่เหมาะสม ว่า ไม่ว่าตำแหน่งใด หากเป็นอำนาจนายกรัฐมนตรีในการพิจารณานายกฯ ก็สามารถจะตรวจสอบได้ จนเกิดความมั่นใจว่า ในการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมนั้น ไม่มีความผิดพลาด เพราะเวลานำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ หากเกิดความผิดพลาด ผู้รับสนองฯจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบให้ดี ส่วนจะตรวจอะไรหรือตรวจอย่างไร ตนบอกไม่ได้

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีมีอำนาจทบทวนมติ มส.หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องทบทวนแต่เป็นการพิจารณาก่อนที่จะดำเนินการ สื่อหลายสำนักไปออกข่าวทำนองว่า กฤษฎีกาวินิจฉัยแล้วว่าเป็นอำนาจของ มส. ซึ่งตนฟังแล้วมันไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูก เพราะความจริงแล้วเป็นอำนาจของ มส.ที่จะพิจารณาเริ่มเรื่องได้ แต่เมื่อส่งมาที่นายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ถือว่าเป็นอำนาจของนายกฯ เรื่องอยู่ที่ใคร คนนั้นก็มีอำนาจ ดังนั้น ขณะนี้เป็นเรื่องระหว่างนายกรัฐมนตรีกับสำนักราชเลขาธิการเท่านั้น ไม่มีอะไรที่ต้องกลับไปที่ มส.อีกแล้ว จบหน้าที่ของ มส.แล้ว

นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า เรื่องความไม่โปร่งใสของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชนั้น เราคงไม่ต้องเอาความมัวหมอง หรือความไม่เหมาะสมขึ้นมาพูดในที่สาธารณะ เพราะนายกรัฐมนตรีย่อมมีเหตุผลอยู่ดีว่าการจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อใดนั้น จะต้องอาศัยความชัดเจนประการใด เพราะในที่สุดเวลาที่จะนำความกราบบังคมทูลฯ ก็ต้องได้รับคำอธิบายทั้งหมดว่า ได้มีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นอย่างไร

ข่าวล่าสุด