12 ก.ค. 59 - นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มอบหมายให้แจ้งความเอาผิดต่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามมติของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) เพื่อตรวจสอบโครงการอุโมงค์ไฟส่งเสริมการท่องเที่ยวของ กทม. ช่วงต้นปี 2559 งบประมาณ 39.5 ล้านบาทว่า พล.อ.อนุพงษ์ แจ้งให้ตนทำตามกฎหมาย ก็ได้ดำเนินการตามนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งหมด
ในส่วนปลัดกระทรวงมหาดไทยจะต้องดำเนินการตามกฎหมายจะเป็นคดีทางแพ่ง วินัย และอาญา แล้วตามขั้นตอนถนนทุกสายจะต้องมุ่งไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เช่น ทางอาญา ต้องไปแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีเวลา 30 วัน ในการรวบรวมหลักฐานเบื้องต้นแล้วส่งไป ป.ป.ช.เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนขึ้นมา เรื่องนี้อาจจะต้องใช้เวลาซักระยะ
"ในเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่กำกับดูแล กทม. มันจะต่างกันกับจังหวัดอื่นๆ หากเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วไปมีการทำผิด ผมสามารถดำเนินการได้เลย ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา แต่นี่เป็นผู้ว่าฯกทม. เรามีหน้าที่เพียงไปกำกับดูแล ส่วนหนังสือด่วนที่สุดที่ส่งถึงผู้ว่าราชการกทม. ทางกทม.จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน แต่ถ้าหากกทม.ไม่ดำเนินการตามหนังสือที่ส่งไป ก็จะต้องมาพิจารณาสิ่งที่เขาไม่ดำเนินการมีเหตุผลหรือไม่ ถ้าไม่มีเหตุผล แล้วเกิดความเสียหาย ความผิดก็จะหนักขึ้น จากเดิมผิดแค่บุคคลเดียว ถ้าผู้รับเรื่องไม่เสนอขึ้นไปให้นาย จะถือว่า มีความผิดด้วย เบี้ยวไม่ได้หรอกงานนี้" ปลัด มท. กล่าว
เมื่อถามว่า ถ้าผู้รับเรื่องไม่เสนอขึ้นไป จะมีโทษตามมาตรา157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ปลัด มท. กล่าวในเชิงเปรียบเปรยว่า คดีใดก็ตามที่ยังไม่ตัดสินว่า คนผู้นั้นมีความผิด เราจะไปตัดสินเขาว่า ผิดไม่ได้ หากให้ตนพูดไปอย่างนั้นอย่างนี้ เดี๋ยวก็มาแจ้งความดำเนินคดีตนว่า หมิ่นประมาท ใส่ความ ใส่ร้ายอีก เพราะฉะนั้นมันอยู่ในขั้นตอนตามกฎหมายหมดแล้ว ขอยืนยันว่า ทำตามขั้นตอนทั้งหมดเรียบร้อย ไม่เบี้ยว เพราะกฎหมายกำหนดหน้าที่ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยสามารถทำหน้าที่แทน รมว.มหาดไทยได้ ขณะนี้รอรายงานกลับมาตามเงื่อนเวลา หากไม่เป็นตามนั้นก็ต้องสอบถามไปว่า เป็นเพราะอะไร
เมื่อถามว่า กระทรวงมหาดไทย สามารถปลดผู้ว่าฯกทม.ได้หรือไม่ นายกฤษฎา กล่าวว่า ไม่แน่ใจ ต้องไปดูในกฎหมายก่อน ตนยังไม่แม่นในเรื่องนี้ ต้องไปถามทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)ซักว่า นายกรัฐมนตรีรัฐบาล หรือคสช.มีสิทธิ์ปลดหรือไม่ นายกฤษฎา กล่าวว่า ต้องไปถามทางรัฐบาล จะมาถามอะไรตน เพราะที่ผ่านมาเวลาใช้มาตรา 44 ปลดผู้ว่าฯ หรือกรณียุบสภาท้องถิ่น เขาก็ไม่ได้บอกตน
เมื่อถามว่า อดีตส.ส.ปชป. ชี้ปมจัดซื้อรถดับเพลิงขนาดเล็กของกทม. ออกมาเปิดโปงแพงเกินจริงส่อทุจริต กระทรวงมหาดไทยจะมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะที่กำกับดูแลอย่างไร ปลัด มท. กล่าวว่า ยังไม่เกี่ยวข้อง ตนทำตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ส่วนใครจะชงเรื่องมายังไง ก็เป็นเรื่องของพยานหลักฐาน แล้วตนก็ไม่มีอำนาจไปสอบสวนว่า ใครผิดหรือไม่ เป็นอำนาจของ ป.ป.ช. หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียน