เนชั่นทีวี

ข่าว

10 ปี รถเมล์ NGV ความหวังคน กทม.

10 ก.ค. 2559 | wanchat

10 ปี รถเมล์ NGV ความหวังคน กทม.

วันจันทร์ที่ 11ก.ค. ขสมก.จะเปิดเผยรายละเอียดว่าเอกชนรายใดที่ชนะการประมูลโครงการจัดซื้อรถเมล์NGV 489คัน ที่ประมูลไปเมื่อวันศุกร์ที่ 8 ก.ค. ซึ่งการประมูลรอบนี้ที่ประเด็นที่น่าสนใจอย่างไร ติดตามจากรายงานชิ้นนี้

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือขสมก. เปิดประมูลโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ(NGV) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสารจำนวน 489 คัน กว่า 4 พันล้านบาท
การประมูลครั้งนี้มีเอกชนจำนวน 2 ราย เข้าประกวดราคา ได้แก่ กิจการร่วมค้า เจวีซีซี ที่มี บริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน จำกัด (มหาชน) เป็นแกนนำ รายที่ 2 คือ บริษัท เบสท์ริน กรู๊ป
แม้ว่าการประมูลครั้งนี้จะเป็นการประมูลภายใต้ข้อตกลงคุณธรรม ที่มีเป้าหมายให้การประมูลเป็นไปอย่างโปร่งใส ปราศจากการคอร์รัปชั่น แต่ยังมีคำถามว่า หลังจากประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลแล้ว โครงการรถเมล์เอ็นจีวี รอคอยกันมาเกือบ 10 ปี จะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่
เพราะหลังจากขสมก.ล้มประมูลโครงการในรอบที่ผ่านมา กลุ่มกิจการร่วมค้า เจวีซีซี ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูล ได้ ยื่นฟ้องขสมก.ต่อศาลปกครอง กรณียกเลิกสัญญาการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ทำให้ เจวีซีซี เกิดความเสียหาย 1500 ล้านบาท เพราะบริษัทได้เตรียมรถที่จะส่งมอบให้ขสมก.ไว้แล้วกว่า 200 คัน //ขสมก. จึงมีความเสี่ยงที่จะต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่ กิจการร่วมค้า เจวีซีซี จากการยกเลิกผลการประมูลในครั้งนั้น
ขณะที่ บริษัท เบสท์ทริน กรุ๊ป ผู้เข้าร่วมประมูลอีกราย เคยถูกกรมศุลกากรและกรมสรรพากร ดำเนินคดีข้อหาสำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์โดยสาร ยี่ห้อ Golden Dragon จากประเทศจีน ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 99 และ 27 แห่งพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 กรมศุลกากรและกรมสรรพากร จึงยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง 4 คดี เพื่อขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้บริษัทจ่ายภาษีพร้อมเงินเพิ่ม แก่กรมศุลกากรและกรมสรรพากร วงเงินรวมกว่า 232 ล้านบาท
มีคำถามตามมาว่าการเปิดทางให้เอกชนที่ถูกหน่วยงานรัฐเข้ามาร่วมประมูลโครงการรถเมล์เอ็นจีวี ภายใต้ข้อตกลงคุณธรรม มีความเหมาะสมหรือไม่
นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการขสมก. ระบุว่า กรณีนี้ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาออกมา ขสมก.ไม่สามารถห้ามไม่ให้เอกชนรายนี้เข้ามาประมูลได้ การประมูลจึงต้องเดินไปตามกระบวนการ
ขณะที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน มองว่า แม้ว่าตามหลักการการพิจารณาคัดเลือกเอกชนที่จะเข้ามาเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการประกวดราคา แต่ขสมก.ก็ต้องพิจารณาความเสี่ยงต่างๆที่อาจเกิดขึ้นตามมา รวมไปเรื่องธรรมาภิบาล เกี่ยวกับคุณสมบัติของเอกชนผู้เสนอราคาว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ไม่ควรส่งเสริมให้เอกชนที่เคยหลีกเลี่ยงภาษีเข้ามารับงานกับหน่วยงานรัฐ ในเรื่องนี้ สตง.จะดูว่าแนวโน้มจะตัดสินใจอย่างไร ถ้ามีแนวโน้มขัดต่อหลักการบริหารจัดการที่ดี สตง.ก็จะส่งสัญญาณแจ้งเตือน

ข่าวล่าสุด