พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตำรวจท้องที่สภ.แก่งคอย ได้ประสานเจ้าหน้าที่พฐ.เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญในที่เกิดเหตุทันที ไม่ว่าจะเป็นมีดที่ใช้ในการก่อเหตุ ผ้าปูที่นอน ฯลฯ รวมถึงที่ตัวของผู้ตาย นอกจากนี้ได้ไปตรวจหาพยานหลักฐานภายในบ้านเช่าหลังที่นายชาตรี ผู้ต้องหาอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งผลการตรวจปรากฏว่าพบดีเอ็นเอที่พบบริเวณทรวงอกและซอกเล็บของผู้ตายตรงกันกับดีเอ็นเอของนายชาตรี และจากการตรวจสอบคราบเลือดที่ติดบริเวณประตูลูกกรงด้านหลังบ้านของนายชาตรี ก็พบว่าดีเอ็นเอตรงกับของผู้ตาย
นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบสภาพบาดแผลบนตัวของนายชาตรี พบมีรอยถูกของมีคมบาดบริเวณมือซ้าย มีรอยฟันกัดบริเวณมือซ้าย และมีรอยขีดข่วนที่แขน ซึ่งสอดคล้องกับผลการชันสูตรศพ ที่พล.ต.ต.พรชัย ระบุว่า จากการตรวจสอบสภาพศพของผู้ตายนั้น พบว่ามีบาดแผลถูกของมีคมฟันหลายจุด สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเกิดจากการต่อสู้ เนื่องจากผู้ตายไม่ยินยอม แต่บาดแผลที่ฉกรรจ์ที่สุดที่นำไปสู่การเสียชีวิตคือร่องรอยของมีคมบาดที่คอ ที่เป็นลักษณะการเฉือนถึง 4 ครั้ง จนตัดเส้นเลือดใหญ่ทำให้เสียเลือดมาก ทั้งนี้จากการตรวจภายในของผู้ตายไม่พบอสุจิ จึงสามารถยืนยันได้ว่าผู้ตายไม่ได้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
ขณะที่ พล.ต.ต.ธิติ กล่าวถึงการดำเนินคดีกับนายชาตรีนั้น ขณะนี้สอบปากคำพยานบุคคลไปแล้ว 18 ปาก จากทั้งหมดที่มี 24 ปาก ซึ่งเมื่อรวมคำให้การและพยานหลักฐานที่ได้ทางนิติวิทยาศาสตร์ และผลชันสูตรศพสามารถยืนยันได้ว่านายชาตรีเป็นผู้กระทำความผิดจริง และจุดประสงค์ในการก่อเหตุนั้นก็เพราะต้องการล่วงละเมิดทางเพศ และประสงค์ต่อทรัพย์ เนื่องจากคำให้การของนายชาตรีรับสารภาพว่า แอบชอบผู้ตาย ประกอบกับเจอดีเอ็นเอของนายชาตรีในจุดที่ไม่น่าจะเจอ หากไม่ได้มีเจตนาจะล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมทั้งยังมีพยานบุคคลยืนยันได้ว่านายชาตรีมีปัญหาด้านการเงิน
รวมไปถึงจากการตรวจสอบประวัติภูมิหลังของนายชาตรีที่พบว่ามีพฤติการณ์สอดคล้องว่าก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งทุกอย่างสามารถนำมาประกอบสำนวน เพื่อพิจารณาเพิ่มบทลงโทษจากข้อหาที่แจ้งไปครั้งแรกคือ "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 เป็น "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ซึ่งมีอัตราโทษที่รุนแรงกว่า ถึงขั้นประหารชีวิต อย่างไรก็ตามยืนยันว่าตำรวจชุดทำงานไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะหลังจากเกิดเหตุผ่านมาแล้ว 6 วัน ก็ได้ประชุมหารือ เดินหน้าหาพยานหลักฐาน พร้อมทั้งสอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งหารือกับอัยการในการตั้งข้อหา เพื่อให้คดีมีความรัดกุมและครบถ้วน ปราศจากข้อกังขาของสังคมให้มากที่สุด
ด้านพล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า นายชาตรีถูกนำส่งศาลฝากขังไปแล้ว ขณะนี้ในส่วนของนายอาร์ม (สาวประเภทสอง) ซึ่งเป็นแฟนของนายชาตรี ผู้ต้องหานั้น เบื้องต้นไม่พบว่ามีส่วนรู้เห็นในการก่อเหตุ จึงสอบปากคำในฐานะพยานเท่านั้น และจากการตรวจสอบสำนวนพบว่าคดีมีความคืบหน้าไปมาก เหลือในส่วนของเอกสารสำคัญ จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประกอบสำนวนให้ชัดเจน และยืนยันตัวผู้กระทำความผิด อย่างไรก็ตามจากพยานหลักฐานที่มีในตอนนี้ทั้งจากนิติวิทยาศาสตร์และผลชันสูตร จึงเชื่อได้ว่านายชาตรีเป็นผู้ก่อเหตุสังหารผู้ตาย และถือว่าแน่นหนาพอที่จะใช้ลงโทษกับผู้กระทำความผิดได้แน่นอน
แนวทางการสืบสวนทราบว่า หลังจากที่ผู้เสียชีวิตเลิกงาน ได้มีนายมิน สัญชาติพม่า ที่เป็นคนงานแผนกเดียวกันกับผู้ตาย ซึ่งพักย่านบางบอน ได้เดินขี่จยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขี่ออกไปโดยมีคนผู้ตาย ซ้อนท้าย ออกไปจากโรงงาน เวลาประมาณ 20.10 น. ทั้งที่เพื่อนร่วมงานไม่เคยเห็นทั้งคู่สุงสิงกัน ก่อนมาทราบข่าวว่าน.ส.ทุเรียนเสียชีวิตแล้ว
สำหรับนายมินทำงานโรงงานนี้มากว่า 3 ปี และมีภรรยาสาวชื่อ น.ส.เซน สัญชาติเช่นเดียวกัน ซึ่งกำลังท้องแก่ประมาณ 8 เดือน แล้วเคยมีปากเสียงกับผู้ตาย เกี่ยวกับผู้ตายยุยงให้นายมินเลิกกับภรรยาสาว โดยหลังจากเกิดเหตุทั้ง 2 ได้หายตัวไป
ทั้งนี้ทางตำรวจสันนิษฐานว่าปมสังหารครั้งนี้เกิดจากเรื่องชู้สาว และเรื่องส่วนตัว แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นอื่นๆ ทิ้งได้ ต้องทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาเมื่อเวลา 15.30น พล.ต ท ศานิตย์ มหถาวร รรท ผบช .น. พร้อมด้วย พล.ต ต สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช .น .ได้เดิน มาที่ สน.แสมดำ เพื่อติดตามคดี
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่านายเน มิน เป็นคนลงมือก่อเหตุ แต่ทั้งนี้ก็อาจจะเป็นคนอื่นก็เหตุก็ได้ ส่วนปมสังหารนั้นตั้งไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องชู้สาว ฆ่าชิงทรัพย์ และปัญหาส่วน ปัญหาส่วนตัว การส่วนเรื่องจะข่มขืนหรือไม่นั้นจากการตรวจสอบเบื้องต้นนั้นไม่พบร่องรอยการข่มขืน จากนี้ต้องรอผลตรวจจากแพทย์ รพ.ศิริราช อย่างละเอียดอีกครั้ง จากนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับต่อไป
ต่อมาเมื่อเวลา 16.55น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.น.9 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นที่ดินจัดสรรเนื้อประมาณ20ไร่ ภายในซอยสระแกงาม26 แยก1 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. โดยมีการนำชี้จุดที่คาดว่าจะเป็นจุดที่คนร้ายปาดคอของผู้ตายเนื่องจากที่พื้นมีกองเลือดขนาดใหญ่ และมีร่องรอยของเลือดที่หยดเป็นทางไปจนถึงที่พบศพโดยใช้เวลาประมาณ15นาทีพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากการสอบถามทีมงานพอจะรู้ตัวว่าเป็นใคร เนื่องจากมีพยานหลักฐานชี้ชัดพอสมควร ส่วนสถานที่เกิดเหตุคาดว่าจะเป็นที่บริเวณนี้เพราะพบรอยเลือดขนาดใหญ่ ส่วนความสัมพันธ์นั้นผู้หญิงกับผู้ชายทุกคนก็น่าจะคาดได้ว่าเป็นประเด็นอะไร ส่วนเรื่องการตรวจสอบกล้องวงจรปิดนั้นกำลังดำเนินการคาดว่าจะออกหมายได้ในวันนี้
หลังจานั้นพล.ต.ท.ศานิตย์ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่ร้านขายของชำ เลขที่ 47 ซอยสระแกงาม30แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ซึ่งเป็นร้านที่นายมิน ผู้ต้องสงสัยชาวพม่า และน.ส.ทุเรียน รอดคำทุย ผู้ตาย มานั่งดื่มเบียร์กันช่วงตั้งแต่เวลา20.00-22.00น.ของวันที่ 7กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะพบผู้ตายกลายเป็นศพในสถานที่ดังกล่าว ซึ่งมีนายสาย ดวงบังเกิด อายุ76ปี เจ้าของร้าน โดยเจ้าหน้าที่ได้นำรูปภาพของนายมินและน.ส.ทุเรียน ให้นายสายดู ผลปรากฎว่า นายสายยืนยันว่าทั้งสองคนมาที่ร้านเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น.ของวานนี้ โดยนายมินขี่จยย.ไม่ทราบยี่ห้อสีและทะเบียน มีน.ส.ทุเรียนซ้อนท้าย พากันมาซื้อเบียร์ แล้วนั่งดื่มกัน 2 คนที่ร้าน จำนวน 6 ขวด ทั้งที่ทั้ง2คนไม่เคยมากินที่ร้านเลย ขณะที่นั่งดื่มกันอยู่ผู้ตายก็นั่งเล่นโทรศัพท์ไม่ได้มีปากเสียง หรือ ทะเลาะกันให้เห็น ก่อนที่ในเวลา 22.30 น. นายมินจะขึ้นจยย.ที่ขี่มาแล้วเรียกให้น.ส.ทุเรียนขึ้นรถ แต่ผู้ตายมีท่าทีไม่อยากขึ้น จนทั้งคู่มีปากเสียงกันเล็กน้อย ก่อนที่น.ส.ทุเรียนจะยอมขึ้นจยย. นายมินจึงขี่รถออกไป ทิศทางถนนเลียบด่วนสุขสวัสด์-บางนา แล้วไม่กลับเข้ามาอีกผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการสืบสวนทราบว่าผู้ตายแอบคบกันได้สักระยะ โดยในวันเกิดเหตุทั้ง2ได้ไปทานข้าวที่หน้าปากซอยสระแกงาม30 ก่อนจะมานั่งดื่มเบียร์ ในขณะที่นั่งดื่มอยู่นั้นผู้ตายก็นั่งเล่นโทรศัพท์ ทำให้ผู้ต้องส่งสัยเกิดอาการหึงหวงและมีปากเสียงกันเล็กน้อยก่อนจะออกไปจากร้านดังกล่าว ในเบื้องต้นคาดว่าผู้ต้องสงสัยจะใช้เส้นทางในการหลบหนีโดยใช้เส้นเรียบด่วนสุขสวัสดิ์-บางนา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ขึ้นสะพานข้ามแยกหัวกระบือ แล้วกลับรถเข้าเส้นพระราม2 มุ่งหน้าเข้าจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นพื้นที่ที่ติดต่อกับชายแดนประเทศเมียร์ม่า โดยจะมีด่านสิงขรซึ่งใช่เป็นทางเข้าออก แต่เนื่องจากรอยต่อชายแดนเป็นพื้นดิน ซึ่งจะมีช่องทางธรรมชาติเข้าออกได้หลายทาง ทั้งนี้เชื้อว่าผู้ต้องสงสัยยังอยู่ในประเทศไทยยเพราะยังไม่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ ตม. ว่าผู้ต้องสงสัยได้ข้ามผ่านแดนไปแล้ว