รัฐเล็งขยายอายุเกษียณ
04 ก.ค. 2559 | wanchat

รองนายกฯ สั่งคลังศึกษาแรงจูงใจจ้างคนชราทำงานหลังวัยเกษียณ ลดหย่อนภาษีได้ แนะเอกชนสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ยืนยันแม้เศรษฐกิจดีขึ้น ยังไม่เหมาะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข่าว
04 ก.ค. 2559 | wanchat

รองนายกฯ สั่งคลังศึกษาแรงจูงใจจ้างคนชราทำงานหลังวัยเกษียณ ลดหย่อนภาษีได้ แนะเอกชนสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ยืนยันแม้เศรษฐกิจดีขึ้น ยังไม่เหมาะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ บอกระหว่างการจัดประชุมระดมความคิดเห็น "ร่วมมือกันผลักดันสู่เป้าหมาย" เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในการจัดการปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงและยุติความยากจน ภายใต้หัวข้อ "การพัฒนาอย่างยั่งยืนและวิสัยทัศน์ของประเทศไทยภายใต้ประชารัฐ" ว่า ภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มการขยายตัวดีขึ้น แต่รัฐบาลยืนยันจะยังไม่ตัดสินใจปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม จากปัจจุบันจัดเก็บในอัตราร้อยละ 7 เพราะเห็นว่ายังไม่เหมาะสม เห็นได้จากบทเรียนของญี่ปุ่นหลังจากได้ปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้วส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะงัก และเป็นปัญหาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับการดูแลด้านสังคมให้เกิดความยั่งยืน เพราะไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รัฐบาลจึงเตรียมศึกษาการขยายกรอบการเกษียณอายุออกไป ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงคลังศึกษาแรงจูงใจทางภาษี เพื่อสร้างงานให้กับผู้สูงอายุ หรือคนวัยเกษียณ โดยให้บริษัทเอกชนสามารถนำค่าใช้จ่ายในการจ้างงานผู้สูงอายุ นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้
นอกจากนี้ ยังต้องการให้บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ อย่างเช่น ยูนิลีเวอร์ประเทศไทย ส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ เพราะผู้ประกอบการรายเล็กหรืออิสระ เริ่มมีความสำคัญต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ หลายประเทศเร่ิมพึ่งพาผู้ประกอบการสตาร์ทอัพเช่น เกาหลี ซึ่งกำลังปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ขณะที่ญี่ปุ่นมีบทเรียนจากการพึ่งพาบริษัทขนาดใหญ่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่เมื่อบริษัทเอกชนขนาดใหญ่มีปัญาหา ทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีปัญหาตามไปด้วย ดังนั้นไทย จึงต้องส่งเสริมให้เอกชนร่วมสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ เพื่อสร้างเครือข่ายให้เติบโตมากขึ้น เพราะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อย เมื่อเข้มแข็งจะสร้างความเติบให้ระบบเศรษฐกิจ