น.ส.วัลธานี พลเมืองดีที่เก็บเงินได้ กล่าวว่า ตนเองทำงานอยู่ที่บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และได้พักอยู่ที่แมนชั่นดังกล่าวพร้อมกับเพื่อนสาว ก่อนเกิดเหตุได้เดินลงมาจากแมนชั่น เพื่อจะไปซื้อของที่ตลาดสดห้วยขวาง ระหว่างนั้นก็มองไปเห็นกระเป๋าสะพายสีดำวางไว้อยู่ในตะกร้าหน้ารถจยย.คันหนึ่ง จึงหยิบขึ้นมาดูก็พบว่ามีเงินจำนวนมากอยู่ด้านใน แต่ไม่กล้าหยิบออกมา ก่อนจะตัดสินใจนำมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตามหาเจ้าของ
"ตอนนั้นยอมรับว่าก็มีอารมณ์ชั่ววูบอยากจะเก็บไว้เหมือนกัน เพราะฉันก็มีหนี้สินอยู่จำนวนหนึ่ง แต่มาคิดว่าเจ้าของเงินก็คงจะเดือดร้อนเหมือนกัน เพราะเป็นเงินจำนวนมาก คิดว่าเงินก้อนนี้ต้องมีความสำคัญกับเจ้าของอย่างแน่นอน ก่อนจะปรึกษากับเพื่อนสาวและตัดสินใจนำมาส่งให้ตำรวจ เพื่อประกาศตามหาเจ้าของ" พลเมืองดี กล่าว
ด้านพ.ต.ท.แดนชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบในกระเป๋าพบว่า มีเงินสดนับรวมกันได้ 147,640 บาท และมีบัตรประชาชนอยู่จำนวน 2 ใบ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของกระเป๋าและเงินจำนวนดังกล่าว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการติดต่อประสานให้บุคคลที่ปรากฎอยู่ในบัตรประชาชนเดินทางมาตรวจสอบ
ต่อมาเวลา 19.15 น. ได้มีนายพงศ์พัทธ์ นาคะเสถียร อายุ 25 ปี และน.ส.ภัสภา เดชะธนสิงห์ ได้เดินทางมายังสน.สุทธิสาร ก่อนแสดงตัวเป็นเจ้าของเงิน ทันทีที่นายพงศ์พัทธ์ และน.ส.ภัสภา ได้เห็นหน้าน.ส.วัลธานีและน.ส.ธัญวรัตน์ 2 สาวพลเมืองดี ก็ได้รีบยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวขอบคุณอย่างยกใหญ่ ซึ่งสร้างรอยยิ้มและปลาบปลื้มให้กับประชาชนที่มาติดราชการและเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สุทธิสาร
ด้านนายพงศ์พัทธ์ กล่าวว่า ตนเองและแฟนสาว ประกอบอาชีพค้าขายอยู่แถวถนนเพชรบุรี และพักอาศัยอยู่ที่แมนชั่นดังกล่าวเหมือนกัน โดยเงินจำนวนนี้ เพ่ิ่งจะนำเงินธนบัตรประเทศสิงค์โปรไปแลกมาเป็นเงินไทยได้จำนวน 147,640 บาท เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา และเมื่อตนขับจยย. มาถึงห้องพัก ก็ได้ลืมกระเป๋าใส่เงินไว้ที่ตะกร้าหน้ารถจยย. โดยหยิบเพียงแต่ถุงน้ำแข็งขึ้นมาบนห้องพักเท่านั้น เมื่อลงมาดูก็ไม่พบกระเป๋าเงินแล้ว จึงรู้สึกตกใจมาก ระหว่างนั้นก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์แจ้งว่า มีพลเมืองดีเก็บกระเป๋าของตนเองได้ จึงรีบเดินทางมาตรวจสอบ
"เงินยังอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์ ซึ่งตนรู้สึกดีใจมาก ที่ยังมีคนดีๆแบบนี้อยู่ ต้องรู้สึกขอบคุณคนที่เก็บได้และไม่นำไปเป็นของตัวเอง โดยเงินจำนวนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเตรียมไว้ใช้จ่ายในการค้าขายและชำระหนี้สินส่วนหนึ่ง โดยต้องขอบคุณพลเมืองดีทั้งสองอีกครั้ง " นายพงศ์พัทธ์ กล่าว
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการลงบันทึกประจำไว้เป็นหลักฐาน พร้อมส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้กับเจ้าของเรียบร้อยแล้ว
รายงานข่าวแแจ้งด้วยว่า สำหรับนายพงศ์พัทธ์ นาคะเสถียร นั้นมีศักดิ์เป็นหลานชายของสืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งอีกด้วย