พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โพสต์คลิปสัมภาษณ์ผ่านโซเซียลมีเดีย ให้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร กับพระธัมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ ว่า ระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์จะนำมาใช้กับการฝากขังผู้ต้องหาในเรือนจำ เพื่อไม่ต้องนำตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำมายังศาล แต่ไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาด้วยระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ โดยการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหานั้น จะกระทำได้ต่อเมื่อพนักงานสอบสวนได้ตัวผู้ต้องหา ซึ่งการดำเนินการใดต้องเป็นไปในมาตรฐานเดียวกับคดีอื่นด้วย มิเช่นนั้นจะเป็นบรรทัดฐานให้กัยคดีอื่นๆ ในอนาคต
ส่วนกรณีที่อดีต ผบ.ตร.กล่าวหาว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กระทำการเกินหน้าที่นั้น อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า รมว.ยุติธรรมไม่เคยเข้ามาแทรกแซงหรือสั่งการใดๆในการสอบสวนคดี ที่ผ่านมามีเพียงการกำกับนโยบายเท่านั้น. ยืนยันว่าการสอบสวนคดีอาญาทุกคดีของดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมายในรูปแบบคณะพนักงานสอบสวน และเป็นการสอบสวนร่วมกับพนักงานอัยการ ด้าน พล.อ.ไพบูลย์. คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ไม่ให้สัมภาษณ์ตอบโต้พล.ต.อ. เสรีพิศุทธิ์ โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า " พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นใคร เขาเป็นมนุษย์พิเศษ เขาเก่ง พวกคุณไปถามเขาก็แล้วกัน ผมเป็นคนทำงานไม่ใช่คนพูดมาก ถ้า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อยากรู้ก็ให้มาถามอธิบดีดีเอสไอ ผมไม่เคยแทรกแซงหรือสั่งการใดๆ"