ล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 23 มิถุนายน พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส. นำกำลังตำรวจ บก.สส.และ ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พระโขนง เดินทางไปยัง สหกรณ์แท็กซี่ อาสาสมัคร จำกัด บ้านเลขที่ 599/156 ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม. เพื่อทำการเชิญตัวนายสมชาย สิมลี อายุ 43 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 8 ต.วารีสวัสดิ์ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด โชเฟอร์แท็กซี่คันดังกล่าว
ที่เกิดเหตุสถานที่แห่งนี้เปิดเป็นที่พักรถ ของอู่เช่ารถแท็กซี่ เมื่อไปถึงพบนายสุพจน์ เสวกดิเรกกุล อายุ 48 ปี เจ้าของอู่ดังกล่าว โดยได้เรียกให้นายสมชายเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นนายสมชาย ให้การรับว่าตนเองเป็นผู้ขับขี่รถยนต์แท็กซี่ในวันเวลาที่เกิดเหตุจริงพร้อมยืนยันว่าหญิงสาวที่ลงข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์นั้นรู้จักกันมาก่อนเนื่องจากเคยไปรับไปส่ง เคยรู้จักกัน
นายสมชาย ให้การอีกว่า ในวันเกิดเหตุตนรับผู้เสียหายมาพร้อมเพื่อนอีกคน จากบริเวณร้านไคลแม็กซ์ ในซอยสุขุมวิท 11 ช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ให้ไปส่งที่ซอยอ่อนนุช 46 ระหว่างทางได้แวะส่งเพื่อนผู้เสียหายที่ซอยพัฒนาการ 25 จากนั้นได้มีการพูดเล่นกันและเนื่องจากนายสมชาย แจ้งว่าเคยรู้จักกันมาก่อนและจึงได้มีการนำมือไปลูบขาสองครั้ง ก่อนจะส่งที่ปากซอยอ่อนนุช 46 จนมาทราบข่าวจากทางตำรวจ ทั้งนี้ตนขอยอมรับว่าได้เสพยาเสพติดมาก่อนก่อเหตุจริง
อย่างไรก็ตามทางตำรวจต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นได้เชิญตัวไปสำนักงานขนส่งทางบก เพื่อดำเนินการ แจ้งฐานความผิดที่เกี่ยวกับ พรบ.ขนส่งฯ เบื้องต้นทำการ เปรียบเทียบปรับผู้ประกอบการตามมาตรา5(15),58ฐานไม่จัดส่งประวัติผู้ขับรถ โดยเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000บาท ,เปรียบเทียบปรับผู้ขับรถตามมาตรา 5(15),58/1 ฐานการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัลหรือกระทำการลามกอย่างอื่น ในอัตราโทษสูงสุดเป็นเงิน 5,000บาท และพักใช้ใบอนุญาตผู้ขัยรถเป็นเวลา 6 เดือน และเนื่องจากผู้ประกอบการยินยอมให้ผู้ขับรถที่ใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุมาขับรถ ซึ่งการกระทำดังกล่าว ไม่เป็นไปตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการขอจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง(รถแท๊กซี่)ในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2557ซึ่งจะได้ดำเนินการเพิกถอนทะเบียนรถแท๊กซี่คันดังกล่าวอีกด้วย
สำหรับในส่วนของเรื่องเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้ประสานตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พระขโนง เพื่อกันร่วมกันขยายผลและพิจารณาดำเนินคดีผู้ต้องหาตามกฏหมายต่อไป อีกทั้งอยู่ระหว่างติดตามผู้เสียหายมาเพื่อประกอบการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามฏหมายต่อไป