เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานกำหนดแนวทางการประเมินประสิทธิภาพและติดตามการดำเนิน งานขององค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและ บุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้ลงนามในคำสั่งให้สำนักงาน สกสค.ตั้งคณะกรรมการสวบสวนข้อเท็จจริงกรณีเครื่องแบบนักเรียนค้างอยู่ในคลังสินค้า ขององค์การค้าของ สกสค.จำนวน 5.9 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เพิ่มเติม ภายหลังคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงฯ ที่มีดร.อำนาจ วิชายานุวัติ ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ได้สรุปผลการสืบหาข้อเท็จจริง ว่า สาเหตุที่ทำให้มีเครื่องแบบนักเรียนค้างในคลังสินค้าจำนวนมากมาจากหลายสาเหตุ อาทิ ประมาณการขายผิดพลาด การสั่งผลิตจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงปี 2543 พบว่ามีการสั่งผลิตมากถึง 7.8 แสนชิ้น และยังสั่งผลิตใหม่ในทุก ๆ ปี
"ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้คือ เมื่อมีสินค้าค้างสต็อกจำนวนมาก เหตุใดผอ.องค์การค้าของ สกสค.ที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาดังกล่าว จึงไม่มีการบริหาร ระบายสินค้าที่มีอยู่ให้หมดไป แต่ปล่อยจนก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น ซึ่งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ของ ศธ.ได้ให้ความเห็นว่าควรต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อลงลึกในรายละเอียดว่าเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้นในสมัยใคร ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ ก็มีความเห็นสอดคล้องกับ คตร.ของ ศธ.อยู่แล้ว จึงอนุมัติและสั่งการให้สำนักงาน สกสค. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยยึดหลักให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผิดก็ว่าไปตามผิดถูกก็ว่าไปตามถูก"นายธเนศพล กล่าว
ประธานคณะทำงานฯ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้ากรณีที่ รมว.ศึกษาธิการ ให้ไปตรวจสอบว่าเหตุใดยอดเครื่องแบบนักเรียนที่ รายงานกับยอดที่นับในคลังไม่สอดคล้องกัน นั้นดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ปฏิบัติหน้าที่ผอ.องค์การค้าของ สกสค.ว่าได้มีการตรวจนับเครื่องนักเรียนในคลังสินค้าอีกครั้ง โดยมีทหารไปร่วมตรวจนับด้วย พบว่ายังมียอดเครื่องแบบไม่ตรงกันประมาณ 600 ชิ้น ซึ่งได้มอบให้องค์การค้า ของ สกสค.ไปตรวจสอบ เพราะต้องมีผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ อาทิ เจ้าหน้าที่ดูแลคลังสินค้า เนื่องจากสินค้าเป็นของราชการ สูญหายเพียง 1 ชิ้นก็ไม่ได้ ต้องรู้ชัดเจนว่าหายไปได้อย่างไรด้วย
"ส่วนการนำเครื่องแบบนักเรียนกว่า 5 แสนชิ้นมาจำหน่ายนั้น จะคัดเลือกสินค้า ที่ยังมีคุณภาพดีมาจำหน่ายในราคาถูก อาทิ ชิ้นละ 30 บาท แม้ช่วงนี้อาจจะเลยช่วงเวลาของการเปิดเทอมมาแล้ว แต่องค์การค้าฯ ก็จะมีแผนจะนำเครื่องแบบนักเรียนไปจำหน่ายใน 25 จังหวัดช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.2559 นี้ เพื่อเป็นการคืนกำไรให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ จะไม่ใช้วิธีการโละสต็อกขายให้พ่อค้าหรือบริษัทเพื่อนำไปขายต่อแน่นอน แม้จะเป็นวิธีการที่แก้ปัญหาได้เร็วก็ตาม" อย่างไรก็ตาม เครื่องแบบนักเรียนบางส่วนก็จะนำไปมอบให้แก่นักเรียนที่ด้อยโอกาส ฐานะยากจนด้วย และขณะนี้มีบริษัทหรือมูลนิธิ 7-8 แห่งได้ติดต่อขอซื้อเครื่องแบบเพื่อนำไปมอบเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งองค์การค้าฯ ก็ยินดีแต่เราจะมีการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่านำไปแจกจริง ไม่ใช่ใช้ช่องทางนี้มาซื้อของถูกไปขายในราคาตลาด