วันนี้ (22 มิ.ย.)ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า จากนี้จะใช้มาตรการเชิงรุก โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งครู ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษาและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยระงับการวิวาทได้ช่วงหนึ่ง เมื่อมีประกาศ คสช.ฉบับที่ 30 เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ให้เวลาในการกักตัวเยาวชนผู้กระทำความผิด 6 ชั่วโมง สามารถดำเนินการกับผู้ยุงยงส่งเสริมที่ให้เด็กไปกระทำความผิด อัตราโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 3 หมื่นบาท สำหรับผู้ยุยงส่งเสริมแล้วเด็กไปกระทำความผิดจะมีอัตราโทษจำคุก 6 เดือนปรับ 6 หมื่นบาท รวมทั้งฆ่ากันตายจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท โดยเชื่อว่าจะทำให้ผู้ปกครองจะคอยสอดส่องพฤติกรรมของเยาวชนในปกครองของตน ขณะที่ตัวเยาวชนที่อยู่ในการดูแลเอง ก็จะใช้สติยั้งคิดมากขึ้น เมื่อทราบว่าผู้ปกครองจะต้องเดือดร้อนไปด้วย
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า เมื่อมีคำสั่งนี้ออกมา ตนเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาในเรื่องนักเรียนตีกันได้ดีขึ้น เพราะมีบทลงโทษกับผู้ปล่อยปะละเลย ส่วนประมวลกฏหมายพิจารณาความศาลคดีเยาวชนและครอบครัวกลางก็ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ และประกาศ คสช. ฉบับนี้ก็มีเจตนารมณ์สอดคล้องกับประมวลกฏหมาย เพื่อเอื้อในการปฏิบัติงานให้เจ้าหน้าที่แก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น ซึ่งในอนาคตข้างหน้าเด็กเหล่านี้เป็นแรงงานฝีมือดีที่มีคุณภาพ หากไปปล่อยให้ไปวิวาทแล้วฆ่ากันตายติดคุกติดตารางเสียหายหมดถึงผู้ปกครองตัวเด็ก ทั้งนี้ได้สั่งการเบื้องต้นให้ทำประวัติเด็กตีกันและกระทำความผิดทุกประเภท ทำหนังสือแจ้งถึงผู้ปกครอง สถานศึกษา เด็กบางคนไม่รู็ทำเองผู้ปกครองไม่ต้องรับโทษก็ไม่เกรงกลัว รู้แล้วผู้ปกครองเดือดร้อนต้องโดนด้วย เด็กยังจะกล้ากระทำความผิดอีกหรือเปล่า