พระสุพล ผลสมฺปนฺโน พระวัดอโศการาม (คนสนิทของผู้ตาย) กล่าวว่า แต่ละวันหลังจากกลับจากบิณฑบาต นายองอาจก็จะทำหน้าที่ประเคนอาหารให้พระ หลังจากพระฉันเสร็จนายองอาจจะนำอาหารไปกินที่บ้าน มีเวลาว่างก็จะมานั่งคุยกับอาตมาเรื่องธรรมะ ทำให้อาตมากับนายองอาจสนิทกัน เวลาที่นายองอาจอยู่บ้านก็จะเปิดธรรมะฟังทุกวัน
นายองอาจมาอยู่ที่วัด นายองอาจไม่ใช่เป็นคนเก็บของเก่าขาย วันเกิดเหตุอาตมาเดินทางไปที่ จ.จันทบุรี ขณะนั้นก็มีพระในวัดอโศการมโทรศัพท์แจ้งให้ทราบ
นายองอาจเคยเล่าให้ฟังว่า เคยรับราชการอยู่ที่กรมสรรพสามิต ตำแหน่งพนักงานขับรถ หลังจากเกษียณอายุราชการก็มาอาศัยอยู่ที่วัด
เรื่องทรัพย์สินของนายองอาจนั้น โดยเฉพาะเรื่องเงินจำนวนมากนั้น อาตมารู้มาก่อนที่จะทำพินัยกรรม เพราะนายองอาจมาปรึกษาก็แนะนำให้ทำบุญให้วัดอโศการามจำนวน 7 แสนบาท และให้ไปทำบุญกับโรงพยาบาลสงฆ์ 7 แสนบาท
ตอนที่จะทำพินัยกรรมทนายก็แนะนำให้นายองอาจไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลก่อน ให้แพทย์ยืนยันว่ายังมีสติสัมปชัญญะ ซึ่งหมอก็ชมว่า แกเป็นคนใจบุญ
ในพินัยกรรมดังกล่าวอาตมาเป็นผู้หนึ่งที่เซ็นเป็นพยาน และยังมีพระสงฆ์ในวัดอีกรูปหนึ่ง
ตอนที่นายองอาจมาปรึกษาก็ไม่ได้แปลกใจอะไรกับเงินจำนวนมากของผู้ตายที่จะบริจาคทำบุญ เข้าใจว่าเป็นเงินที่เก็บสะสมมานอกจากนี้นายองอาจยังเคยบริจาคเงินอีกจำนวนหนึ่งสร้างถนนให้วัด และนายองอาจเคยบอกไว้ด้วยว่า ได้บริจาคอวัยวะให้สภากาชาดไทย
ร.ต.อ.สหัสพล พุ่มอิ่ม รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า เคยมีผู้อ้างว่าเป็นหลานของนายองอาจมาติดต่อ ตรวจสอบแล้วพบว่า แม่ของบุคคลดังกล่าวเป็นพี่น้องของนายองอาจ ซึ่งให้ไปหาหลักฐานมาแสดง โดยแจ้งว่า ต้องการนำศพไปบำเพ็ญกุศล
แต่ล่าสุดติดต่อภรรยานายองอาจได้แล้ว ไม่ใช่คนที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่าอยู่ที่ จ.อุดรธานี ภรรยาของนายองอาจอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กทม. แต่ยังไม่สะดวกที่จะมาพบพนักงานสอบสวน เนื่องจากอายุมากแล้ว ประมาณ 80 ปี
สำหรับพินัยกรรมและเงินฝากในธนาคารของนายองอาจนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต เบื้องต้นคาดว่ามาจากความชราภาพ ขณะที่ผู้ตายเข้าห้องน้ำเกิดเสียหลักลื่นล้มศีรษะกระแทกพื้นจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลตรวจพิสูจน์จากนิติเวช