เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 19 มิถุนายน 2559 ร.ต.อ.สหัสพล พุ่มอิ่ม ร้อยเวร สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่ามีชายเสียชีวิต หลังกุฏิพระภายในวัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน อาสามูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านพักชั้นเดียวที่ปลูกสร้างอยู่หลังกุฏิพระ เลขที่ 0/2 ซอยศูนย์ ภายในบ้านหลังดังกล่าวมีแต่เศษของเก่าคลายกับขยะเต็มบ้านไปหมด และภายในบ้านมีกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ จึงเข้าตรวจสอบภายในห้องน้ำด้านในพบศพ นาย องอาจ ราชวงษ์ อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/31 ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร นอนเสียชีวิตอยู่กับพื้นห้องน้ำสภาพสวมกางเกงนอนขายาวสีกรม ไม่สวมเสื้อ อยู่ในห้องน้ำ ในสภาพเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วห้อง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า8วัน
ในที่เกิดเหตุไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการต่อสู้หรือไม่เนื่องจากภายในบ้านพบแต่กองของเก่าและเศษขยะ และพบเอกสารส่วนตัวของผู้ตายซึ่งฝากเอาไว้กับพระซึ่งพักอยู่ในกุฏิภายในซอยเดียวกัน จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ตายเคยรับราชการอยู่ที่กรมสรรพสามิต ตำแหน่งพนักงานขับรถ ซึ่งเกษียณอายุราชการมาได้ 24 ปี และมีบัญชีธนาคารออมสิน มีเงินฝากอยู่ในบัญชี 1,340,000 บาท หนึ่งล้านสามแสนสี่หมื่นบาทถ้วน และโฉนดที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่จำนวน2ไร่จำนวน2แปลง และเอกสารการอุทิศอวัยวะดวงตาให้กับสภากาชาดไทยเพื่อใช้ประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์
จากการสอบถามนายสมมาท วงษ์บุญรอด ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ตายมาพักอาศัยอยู่ที่วัดแห่งนี้มานานนับสิบปี โดยได้อาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวซึ่งอยู่หลังกุฏิพระ ภายในซอยดังกล่าวและอยู่ๆ ผู้ตายได้หายไปได้ประมาณเกือบ 2 อาทิตย์ และมีพระลูกวัดได้มาแจ้งกับตนว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากศพโชยออกมาจากบ้านที่ผู้ตายพักอาศัยอยู่เกรงว่าจะมีเหตุร้าย ตนจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบจึงได้พบว่าผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำสภาพร่างกายเน่าเปื่อยแล้ว
จากการบอกเล่าของพระสงฆ์รูปหนึ่งได้เล่าว่าผู้ตายเคยเล่าให้ฟังว่าเคยทำงานที่กรมสรรพสามิต มาก่อนก่อนหลังเกษียณอายุราชการ ผู้ตายได้มาทำบุญที่วัดแห่งนี้ ด้วยเหตุใดไม่ทราบผู้ตายได้ขอพักอยู่ที่วัดนี้ตั้งแต่นั้น โดยได้นำเอกสารฝากให้พระอาจารย์ซึ่งเป็นพระลูกวัดเก็บเอาไว้ และยังทราบอีกว่าที่ผ่านมาผู้ตายได้มอบเงินสร้างสะพานและซื้อข้าวให้วัดเป็นเงินจำนวน 7 8 ล้านบาท และผู้ตายยังได้เก็บขวดน้ำและของเก่าขาย เงินที่ได้มาก็มอบให้วัดทั้งหมด และผู้ตายยังมีเงินบำนาญอีกก้อนหนึ่งซึ่งไม่เคยได้ใช้ เก็บไว้ในบัญชีธนาคารที่ฝากเอาไว้ที่พระอาจารย์อีกด้วย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดด้วยความชราภาพของผู้ตายที่อายุมากแล้วก่อนเกิดเหตุน่าจะเดินมาเพื่อที่จะเข้าห้องน้ำก่อนที่จะเสียหลักลื่นล้มศีรษะกระแทกพื้นจนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป