กรณีนายบุญชัย เบญจรงคกุล เจ้าสัวหมื่นล้าน ประธานบริหารบริษัทดีแทคให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ข่าวเคลียร์ ข่าวชัด ทีวีช่องธรรมกาย เรียกร้องให้กลุ่มศิษย์วัดพระธรรมกายปฏิบัติธรรมภายในวัด เพื่อให้เจ้าอาวาสวัด พระธัมมชโย พ้นมลทินจากความผิดนั้น พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า จะให้ฝ่ายกฎหมายของดีเอสไอพิจารณาเจตนาของนายบุญชัยว่า คำพูดในการให้สัมภาษณ์จะเข้าข่ายมีความผิดหรือไม่
ทั้งนี้ เบื้องต้นทราบเป็นเพียงการเชิญชวนกลุ่มลูกศิษย์วัดให้มาร่วมทำบุญเท่านั้น แต่หากมีการชวนให้มาร่วมกันปกป้องพระธัมมชโย ไม่ให้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมนั้น ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ แต่ต้องดูองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย
ขณะที่ดร.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์วัดพระธรรมกายบอกว่า นายบุญชัยเข้ามาเป็นศิษย์วัดพระธรรมกายได้ ก็เพราะน้องสาว "คุณวรรณา เบญจรงคกุล หรือว่า จิรกิติ" ตอนแรกนายบุญชัยไม่ได้รู้เรื่องอะไร และมีเจตนาดี ตอนนี้ถือว่าเข้าไปมีเอี่ยวกับวัดพระธรรมกายอย่างมาก ตนได้สังเกตุคำพูดของคุณบุญชัยที่พูดผ่านรายการข่าวเคลียร์ ข่าวชัด วัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา บอกไว้ช่วงหนึ่งว่า "ถึงที่สุดแห่งธรรม" ซึ่งแสดงถึง "ลัทธิธรรมกาย" ก็คือมุ่งจะปราบมารให้หมด ไม่ใช่ที่สุดแห่งทุกข์ ตามหลักของพระพุทธศาสนา
" สิ่งที่คุณบุญชัยรู้ ไม่ใช่พระพุทธศาสนาแล้ว แต่ไปเชื่อ ยึดติดกับบุคคลเป็นหลัก นั่นก็คือนับถือ "ธัมมชโย" เป็นต้นธาตุต้นธรรม ถือเป็นความงมงายที่บริสุิทธิ์ จนแยกไม่ออกว่าความผิดชอบชั่วดีเป็นอย่างไร กฎหมายบ้านเมือง พระธรรมวินัยมันหายไปไหน ไปยึดติดกับลัทธินี้ ที่เป็นพิษเป็นภัยต่อสังคม แล้วก็บอกให้ออกมา 1 ล้านคน มันแปลว่าจะกระด้างกระเดื่องต่อรัฐบาล นี่คือการชุมนุมทางการเมือง"ดร.มโน กล่าว
อดีตศิษย์วัดพระธรรมกายยังบอกอีกว่า การออกมาครั้งนี้ของนายบุญชัย คิดว่าน่าจะได้รับสัญญาณจากพระธัมมชโย ทำให้เห็นว่าทั้งหมดออกมาจากสมองของคน ๆ เดียว ไม่เคยเปลี่ยนคำพูดต่าง ๆ ที่เหล่าศิษยานุศิษย์ออกมาประกาศ ล้วนได้รับอนุญาตจากธัมมชโยแล้วทั้งสิ้น