พล.ต.ต.ดร.ชัยพร กล่าวว่า เหตุเยาวชนนำรถจักรยานยนต์เข้ามาแข่งขันในทางสาธารณะนั้นมีมานาน และทางเจ้าหน้าที่ ก็มีการป้องกันและปราบปรามมาโดยตลอด แต่ในพื้นที่ สน.ลาดกระบังนั้นถือว่าเป็นพื้นที่รอยต่อกับจังหวัดสมุทรปราการ จะมีเยาวชนเข้ามาอาศัยใช้ถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง เพื่อแข่งขันรถจักรยานยนต์อยู่บ่อยครั้ง เมื่อทาง สน.ลาดกระบังเข้มงวดกวดขันก็จะหนีไปแข่งรถในพื้นที่จ.สมุทรปราการ เมื่อตำรวจในพื้นที่จ.สมุทรปราการ ป้องกันและปราบปรามอย่างเข้างวด เยาวชนก็จะหนีเข้ามาแข่งรถในพื้นที่ สน.ลาดกระบัง ทำให้ไม่สามารปราบปรามเด็กแว้นเหล่านี้ได้หมด
ทั้งนี้เจ้าหน้าตำรวจสน.ลาดกระบังจึงได้ประสานงานไปยังตำรวจในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เพื่อที่จะช่วยกันไล่ต้อน หรือบีบพื้นที่ในการแข่งขันให้ลดลงเพื่อง่ายต่อการปราบปราม แต่บทลงโทษการจับกุมหรือการคุมขังอาจจะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาอย่างแท้จริงเพราะเมื่อเด็กกลับออกมาก็จะกลับมาแข่งรถเช่นเดิม ดั้งนั้นโครงการแผนยุทธการ กิ่งแก้วโมเดล แอนตี้ ฟาสต์ จะไม่ใช่แค่การตั้งด่านจับกุมอย่างเดียว ในขั้นแรกจะดำเนินการหาข่าว เข้าให้ถึงหัวหน้ากลุ่ม และผู้ปกครอง ขั้นที่สองต้องทำความเข้าใจทั้งเด็กและผู้ปกครอง ชี้แจ้งให้เห็นบทลงโทษที่มากขึ้น หากตรวจยึดรถอาจจะไม่มีการมอบคืน หรือหากผู้ปกครองปล่อยให้บุตรหลานมาแข่งรถก็จะได้รับโทษด้วยเช่นกัน
พล.ต.ต.ดร.ชัยพร กล่าวต่อว่า จากที่ได้มีการนำร่องโครงการดังกล่าวมาประมาณ2เดือนพบว่าสถานการณ์เด็กแว้นในพื้นที่สน.ลาดกระบังลดน้อยลง ต่างจากเมื่อก่อนที่มีการแข่งขันเยอะมากแต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจเข้มก็เบาบางลง จนมาถึงช่วงผลัดเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านมา ทำให้เด็กเริ่มมีการนำรถจักรยานยนต์มาแข่งกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการผลัดเปลี่ยนเรียบร้อยแล้วและมีความพร้อมในการปฏิบัติการครั้งนี้อย่างเต็มที่