หญิงชาวกัมพูชา วัย 25 ปี เล่าว่า ที่เดินทางเข้ามาในไทย เพราะงานในประเทศของเธอมีรายได้น้อยไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงบุตรถึง 3 คน จึงตัดสินใจลักลอบเข้ามาขอทานในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีโดยเฉพาะย่านวอล์กกิ้งสตรีท ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งมีรายได้ 500-700 บาทต่อวัน
นางสาวดี ยังเล่าอีกว่า เธอเดินทางเข้ามาทางด่านชายแดนจังหวัดสระแก้วด้วยรถตู้โดยสาร ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าหัวละ 2000 บาท ขบวนการค้ามนุษย์ก็ดูแลเป็นอย่างดี ก่อนถูกตำรวจจับกุม
จากแนวทางการสืบสวนของตำรวจพบว่า แรงงานข้ามชาติที่มาขอทานในเมืองพัทยามีทั้งที่เป็นคนพิการ //ทุพพลภาพ //หรือแม่อุ้มลูก เพื่อเรียกความน่าสงสาร ซึ่งส่วนมากเป็นชาวกัมพูชาและเมียนมาร์ เข้าประจำจุดในลักษณะแบ่งโซนกันชัดเจน ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจนถึงช่วงเช้าตรู่ ในลักษณะเป็นขบวนการใหญ่แสวงหาผลประโยชน์ โดยมีแหล่งที่พักอยู่ในย่านพัทยากลาง และภายในซอย 2 ย่านพัทยาเหนือ
แต่ระยะหลังมานี้แรงงานกลุ่มนี้มีพฤติการณ์เปลี่ยนไปโดยมาขายดอกไม้และขายของอื่นๆแทน และรบเร้าให้นักท่องเที่ยวซื้อของ เพื่อหลบเลี่ยงต่อการถูกจับกุม
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เตรียมบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 ที่จะมีผลบังคับใช้ ในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้โดยสาระสำคัญในพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะแยกผู้แสดงความสามารถออกจากขอทานโดยให้มีการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ //มุ่งเน้นการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทานไม่ให้กลับมากระทำการขอทานอีก
ถ.วอล์กกิ้งสตรีท เป็นหนึ่งในสถานที่ๆมีแรงงานข้ามชาติมานั่งขอทานอยู่บริเวณนี้ แม้วันนี้จากการลงพื้นที่อาจจะไม่พบเห็น แต่จากข้อมูลการจัดระเบียบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังพบผู้กระทำผิดแรงงานข้ามชาติที่มานั่งขอทานในเมืองพัทยาและทั่วประเทศตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว กว่า 1 พันคน
ข้อมูลการจัดระเบียบขอทานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในพื้นที่เขตพัทยาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 ถึงเดือนมีนาคม2559 มีอยู่จำนวน 75 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชา ขณะที่ตัวเลขคนขอทานทั่วประเทศมีอยู่จำนวน 4,555 ราย
สำหรับสถิติการจับกุมของตำรวจภูธรเมืองพัทยาปี 2558 สามารถจับกุมแรงงานข้ามชาติได้จำนวน 66 คน ปี 2559 ตั้งแต่มกราคมถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมแรงงานข้ามชาติได้จำนวน 44 คน แม้เจ้าหน้าที่พยายามกวดขันจับกุม แต่ก็ยังไม่หมดไป