เนชั่นทีวี

ข่าว

พ่อพาลูกสาว 2 คนมาลาออกจาก ร.ร. ครูถามสาเหตุที่แท้จริง ก่อนเรื่องจบอย่างสวยงาม

16 มิ.ย. 2559 | nation_ent

พ่อพาลูกสาว 2 คนมาลาออกจาก ร.ร.
ครูถามสาเหตุที่แท้จริง
ก่อนเรื่องจบอย่างสวยงาม

เรื่องราวสุดประทับใจ พ่อพาลูกสาว 2 คนมาลาออก ครูสอบถามสาเหตุที่ลาออกกลางคัน ก่อนเรื่องจะจบอย่างสวยงาม

ผู้ใช้ชื่อในเฟสบุ๊คว่า Prapakorn Pantong เป็นครูอยู่โรงเรียนเทศบาลทับกวาง..เรื่องของเรื่อง..เริ่มขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 8 มิถุนายน โดยครู Prapakorn โพสต์ว่า..

วันนี้มีผู้ปกครองคนหนึ่ง มาลานักเรียนออก เค้ามีลูกสาว สองคน คนหนึ่งอยู่ อนุบาล 2 อีกคนหนึ่งอยู่ ป. 3 โรงเรียนก็เลยถามโรงเรียนเป้าหมายว่าจะย้ายไปที่ใด จะได้ทำหนังสือย้ายไปถูก ผู้ปกครองก็อ้ำอึ้ง ไม่รู้ บอกแต่จะกลับบ้านย่าที่อยู่อำเภอพระพุทธบาท ก็เลยได้คุยกับผู้ปกครอง ต่อไป (เรื่องที่จะเล่าดังต่อไปนี้ เล่าเพื่อเป็นกำลังใจและเพื่อให้คนที่ท้อแท้นั้นได้สู้ต่อไป)

พ่อแม่และลูกสาวทั้งสอง เคยเป็นครอบครัวที่มีความสุขตามอัตภาพ ที่ จ.ปราจีนบุรี พ่อทำงานเป็นช่างเชื่อม และแม่เป็นแม่บ้าน ครอบครัวอยู่กันแบบพออยู่พอกิน ไม่ได้ลำบาก จนมาพ่อเกิดอุบัติเหตุ ตกจากที่สูง ทำให้ต้องรักษาตัว แล้วจึงย้ายกลับมาอยู่บ้านย่าที่อำเภอพระพุทธบาท พ่อก็ยังหางานทำรับจ้างทั่วไป (ร่ายกายดีขึ้น แต่เกิดการหวาดกลัวงานในที่สูง)

พ่อพาลูกสาว 2 คนมาลาออกจาก ร.ร.
ครูถามสาเหตุที่แท้จริง
ก่อนเรื่องจบอย่างสวยงาม


หลังจากนั้นได้ยินข่าวว่าที่บริษัทโรงปูนเค้ารับสมัครพนักงาน จึงหอบลูกสาวทั้งสองและเมียมาอยู่ที่แก่งคอย พ่อเค้าจึงนำลูกสาวทั้งสองมาสมัครเรียนที่โรงเรียนเทศบาลทับกวาง 1 (สมุห์พร้อม) คนแรกเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 อีกคนเรียนป.3 (แต่น้องเค้าอายุ 12 แล้ว ตามเกณฑ์จะต้องอยู่ชั้น ป.6 หรือ ม.1 แต่เนื่องจากย้ายไปย้ายมา ทำให้ไม่ได้รับการเรียน) พ่อเค้าก็ไปสมัครงานแต่ผลปรากฎว่าสอบไม่ผ่าน หนำซ้ำ เมียก็หนีไปกับคนอื่น (มีผัวใหม่)


คุณพ่อกะน้องทั้งสองจึงต้องร่อนเร่ไปในที่ต่างๆ เคยนอนในปั๊ม นอนตามศาลา เดินข้างถนน แดดร้อนๆๆเพื่อไปหางานทำ (เมื่อสองวันก่อนเด็กไม่มาโรงเรียน ไปหางานทำกับพ่อ)

จนมาถึงวันนี้พ่อมาลาออก เพื่อจะย้ายกลับบ้าน เพราะเงินจะหมด เหลือแค่ไม่ถึงร้อยบาท แต่ครูก็ถามเค้าว่ากลับไปแล้วลูกหล่ะจะได้เรียนไหม (ใจจริงพ่อเค้าก็ไม่อยากกลับ แต่เงินจะหมด และลูกก็ไม่ได้เรียน งานก็ไม่มีทำ)

เรื่องมาถึงตอนเย็น ผมก็ได้คุยกับพ่อเค้า ถ้าเผื่อจะกลับ เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่ง หรือจะอยู่ที่นี่ต่อไป ผมก็จะหาบ้านเช่าให้ เพื่อที่จะให้ลูกสาวทั้งสองได้เรียน (เค้าตกลงอยู่เพื่อสู้ต่อ) ผมก็เลยตระเวนหาบ้านเช่าให้ ต่อรองเสร็จสับ ได้บ้านเช่าแถวโรงเรียน ค่าเช่า 1000 บาทต่อเดือนรวมน้ำไฟ ผมก็เลยจัดการพาคุณพ่อเค้าและลูกๆๆ ไปส่งที่บ้านเช่า (บ้านเช่าเก่าตามอัตภาพ)

พ่อพาลูกสาว 2 คนมาลาออกจาก ร.ร.
ครูถามสาเหตุที่แท้จริง
ก่อนเรื่องจบอย่างสวยงาม


แต่เชื่อไหมครับ คนที่นี่มากด้วยน้ำใจจริงๆ พ่อและลูกสาวมีกระเป๋าแค่สองใบแค่นั้นไม่มีอะไรเลยพี่หญิงเจ้าของบ้านเช่า และคนที่อยู่แถวนั้น เอาฟูกที่นอนหมอนมุ้ง พัดลม เสื้อผ้าของเด็ก รองเท้า ต่างๆๆ เอามาให้ถึงตอนนี้ ผมน้ำตาไหลครับ คนไม่รู้จักกัน แต่เค้ามีน้ำใจถึงเพียงนี้ ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างนะคับ ผมว่ายังไงประเทศไทยก็ยังเป็นประเทศที่น่าอยู่ คนไทยไม่เคยแล้งน้ำใจ โดยเฉพาะคนแก่งคอย สระบุรี เห็นแล้วพูดอะไรไม่ออกเลยคับ

ปล.ลืมไปหนึ่งเรื่อง มีผู้ใหญ่ใจดี (พี่กุ้ง) เทศบาลเมืองทับกวางมอบเงินช่วยเหลือให้ 1000 บาท เพื่อให้ต่อชีวิต ไปได้ครับ เพราะเย็นแล้วลูกทั้งสองยังไม่ได้กินอะไรเลยๆๆ เห็นไหมครับ ต่างจังหวัดดีอย่างนี้นี่เอง น้ำใจไม่เคยเหือดหาย ที่ผมพิมพ์มาซะยาวนี้ เพื่ออยากจะถ่ายทอดชีวิตคนๆหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนที่กำลังท้อแท้ สิ้นหวัง ได้สู้ต่อไป ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ (ผมรักและศรัทธาอาชีพครูก็วันนี้)
...หลังจากที่ครู Prapakorn โพสต์เรื่องนี้ ก็น่ายินดีที่ "น้ำใจ"ของคนไทยหลั่งไหลช่วยเหลือ 3 พ่อลูกไม่หยุดมีคนซื้อขนมนมเนยไปฝากน้องทั้ง 2 เสื้อผ้าที่สภาพยังดีก็มีคนนำไปให้

พ่อพาลูกสาว 2 คนมาลาออกจาก ร.ร.
ครูถามสาเหตุที่แท้จริง
ก่อนเรื่องจบอย่างสวยงาม



เงินทองก็โอนให้คนคละร้อยครึ่งร้อย จนครูต้องนำเด็กไปเปิดสมุดบีญชีธนาคาร

พ่อพาลูกสาว 2 คนมาลาออกจาก ร.ร.
ครูถามสาเหตุที่แท้จริง
ก่อนเรื่องจบอย่างสวยงาม



ที่สำคัญที่สุด คือมีผู้ใหญ่ใจดีฝากงานและมีผู้ใหญ่ใจดี รับ"คุณพ่อ"ทำงาน โดยครู Prapakorn โพสต์เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนว่า..
"..(ขออนุญาตแจ้งความคืบหน้าสำหรับงานของพ่อเด็กนะครับ) ได้รับความกรุณาจากท่านรองไตรรงค์ มงคล รองนายกเทศมนตรีเมืองทับกวาง ได้ฝากให้พ่อของเด็กเข้าทำงานในบริษัทซันไชน์ เอ็นจิเนียนิ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด โดยได้รับความเมตตากรุณาจาก คุณพัฒนศักดิ์ กอวัฒนะ ผู้จัดการบริษัท รับเข้าทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือคือบทพิสูจน์ของคุณพ่อของน้องทั้งสองแล้วว่าจะสามารถทำงานได้ดีขนาดไหน และสู้เพื่อลูกทั้งสองคนขนาดไหน กระผมในนามของครูคนนึงคงจะช่วยเหลืออะไรไม่ได้มาก ขอขอบพระคุณชาวไทยทุกท่าน โดยเฉพาะพี่น้องชาวสระบุรีทุกท่าน หน่วยงาน ในทุกๆภาคส่วนที่ให้การช่วยเหลือครอบครัวนี้ แต่ผมยังเชื่อว่า ยังคงมีเด็กนักเรียนอีกมากมายที่มีความลำบากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ผมเชื่อครับว่า คนไทยไม่เคยทิ้งกัน และน้ำใจของคนไทยก็มีมากมายเช่นเดียวกัน (ที่ผมถ่ายทอดมา เพื่อที่จะให้ทุกคนได้รู้สึกว่า ประเทศไทยนั้นน่าอยู่เช่นไร ผู้คนมีน้ำใจมากมายขนาดไหน ครับ สุดท้ายผมจะบอกว่า) "ผมรักประเทศไทยคับ".."

ขอบคุณเรื่องและภาพจากFB Prapakorn Pantong




ข่าวล่าสุด