"PRIMETIME กับ เทพชัย" : เผยเบื้องลึก "ดักสัญญาณ" มาเฟียค้ายา ตอน ตรวจ"ไฮเทค"คุกสกัดของต้องห้าม

รองเท้าคู่นี้อาจดูปกติ แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ในพื้นรองเท้าอาจจะเป็นโทรศัพท์มือถือ และนั่นเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
ข่าว
การที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดโทรศัพท์มือจากนักโทษได้กว่า 1,600 เครื่องในรอบสามปีที่ผ่านมาเป็นคำตอบที่ดีว่าการตรวจตราด้วยมือและสายตามนุษย์อย่างเดียวหละหลวมแค่ไหน แม้แต่เครื่องตรวจจับโลหะที่มีอยู่ก็ไม่สามารถรับมือกับปัญหาได้ เครื่องเอ็กซ์เรย์คือด่านแรกที่ทุกคนต้องผ่าน แต่ถึงแม้จะผ่านเครื่องเอ็กซ์เรย์ แต่ถ้าใครที่มีอะไรซุกซ่อนเข้ามาด้วย ก็คงยากที่จะผ่านด่านต่อไปที่เป็นเครื่อง body scan และเพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของเครื่อง body scan นี้ ทีมงาน Prime Time จึงขอร่วมทดสอบอุปกรณ์ไฮเท็คนี้
ไม่ว่าจะเป็นใคร โทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดในเรือนจำแห่งนี้ แม้แต่เจ้าหน้าที่เรือนจำทุกคนก็ไม่สิทธิ์นำโทรศัพท์มือถือติดตัวเข้าไปข้างใน ทีมงาน Prime Time ต้องฝากโทรศัพท์มือถือไว้ข้างนอกก่อนได้รับอนุญาติให้เข้าไปภายใน
การขนอาหารเข้าไปเรือนจำเคยเป็นช่องว่างให้โทรศัพท์มือเล็ดลอดเข้าไปได้ และคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เจ้าหน้าที่จะต้องเปิดอาหารทุกกล่องหรือพัสดุทุกชิ้นเพื่อตรวจดูสิ่งแปลกปลอม แต่เครื่องเอ็กซ์เรย์เครื่องนี้ช่วยตอบโจทย์ที่เจ้าหน้าที่อาจตอบไม่ได้
แต่ไม่ว่าเครื่องมือและระบบตรวจตราที่มีอยู่จะดีแค่ไหน ความพยายามของนักโทษที่เป็นผู้ค้ายาที่จะสั่งการไปยังเครือข่ายก็คงยังไม่หยุด และที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือเจ้าหน้าที่ข้างในก็ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด
นาย กอบเกียรติ กลิวิวัฒร์ รองปลัดยุตุธรรม รักษาการอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าน่ากลัว ที่ผู้ค้ายายังสามารถบงการ ในคุกได้ ซึ่งกรมราชทัณฑ์มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ก็ไม่สบายใจ จึงพยายามหาวิธีการและวิวัฒนาการมาเรื่อย ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องมีมาตรการในการดูแลในเรื่องนี้ หากไม่ดูแลก็จะมีมาตรการทางด้านการปกครอง ถ้ามีการตรวจสอบแล้วยังสามารถจับโทรศัพท์ได้ทางผู้บัญชาการเรือนจำก็จะต้องรับผิดชอบ ในทุกตารางนิ้วของเรือนจำจะมีคนรับผิดชอบทั้งหมดถูกจับบริเวณไหนจะต้องมีคนรับผิดชอบ และไม่ได้รับผิดชอบเพียงคนเดียว แต่จะต้องรับผิดชอบตามสายการบังคับบัญชา