ดร.นพ.มโน เลาหวณิช อดีตกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา กล่าวว่า จากที่ได้รับรายงานภายหลังการเจรจา 3 ฝ่าย ไม่ได้ข้อสรุปอะไรที่เป็นรูปธรรม ท่านก็ไม่สะดุ้งสะเทือนอะไร ยังเดินสั่งงานตามปกติที่อาคารภาวนา มีพระในวัดพระธรรมกายเห็นกันหลายรูปขณะนี้มีลูกศิษย์อยู่ในวัดกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยการเจรจาจริงๆ แล้วไม่มีความสำคัญ และพระธัมมชโยไม่คิดที่จะมอบตัว เพราะรับไม่ได้ที่่จะต้องถูกสอบสวนส่วนตัวเชื่อว่า พระธัมมชโยไม่รอดแน่ เหตุการณ์จะไม่ซ้ำรอยกับเมื่อปี 2549 ที่ 52 คดีถูกถอดถอนมองว่า การเจรจาล้มเหลวแน่ ตั้งแต่สมเด็จช่วงนิ่ง ไม่พูด ไม่ดำเนินการอะไรถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการชำระสะสางพระธรรมวินัยการที่จะให้พระธัมมชโยมอบตัวนั้น ลืมไปได้เลย ท่านไม่มอบตัวแน่ แต่สิ่งที่จะทำคือหนี
ทราบข่าวมาว่า ขณะนี้มีโยมอุปัฏฐากที่เป็นคนสนิทของท่าน ได้ไปทำหนังสือเดินทางให้ท่านแล้ว เหมือนเตรียมตัวจะหนี แต่ตอนนี้ยังไม่กล้าออกจากวัด เพราะออกมาจากวัดถูกจับแน่ วันนี้ก็ยังอยู่ในวัด เชื่อว่าดีเอสไอ คอยไม่นาน โอกาสที่จะบุกเข้าไปจับคงไม่ใช่วันเสาร์-อาทิตย์ คาดว่าเป็นวันธรรมดา หากดีเอสไอยังไม่ลงมือ ไม่เข้าจับกุม ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาหลบหนีเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปจับกุม เชื่อว่าจะไม่มีการปะทะ หรือเหตุการณ์รุนแรง อย่างแน่นอนไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา กล่าวว่า การเจรจาที่ผ่านมา 3 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ถือว่าเป็นความล้มเหลวของพระธัมมชโยพระธัมมชโยต้องการที่ถ่วงเวลาด้วยการเจรจา เพื่อจะเยื้อคดีให้ดีเอสไอดำเนินคดี ส่งสำนวนไปฟ้องที่อัยการช้าลง จึงมีการตั้งประเด็นต่างๆ สร้างเงื่อนไขขึ้นมา อย่างเช่น การขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน ฯลฯพระธัมมชโยถือว่าเป็นสุดยอดของนักโฆษณาชวนเชื่อ สามารถขายบัตรไปสวรรค์ได้ มีคนเชื่อเยอะแยะอย่างไรก็ตาม ในขณะที่มีการเจรจา ทางดีเอสไอก็ยังเดินหน้าทำสำนวน พอถึงเวลาไปให้อัยการ ทำให้ฝ่ายพระธัมมชโยไม่สามารถเยื้อเวลาได้อีกต่อไปอันที่จริงพระธัมมชโยสมควรที่จะเข้ามอบตัวแล้วไปสู้คดี ขนาดผู้นำทางการเมืองโดนคดีก็มอบตัวแล้วก็สู้คดีว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม
เมื่อปี 2542 พระธัมมชโยก็อ้างว่าป่วย แต่เมื่อแพทย์ตรวจแล้วก็พบว่า ป่วยไม่จริง มาครั้งนี้ก็อ้างเหมือนกันการเจรจาโดย 3 ฝ่ายร่วมกัน ไม่สำเร็จ เนื่องจากมีหนึ่งฝ่ายไม่จริงใจในการเจรจาหลังจากอัยการได้รับสำนวนแล้วก็จะพิจารณาสำนวน เห็นว่าสมบูรณ์ก็ส่งฟ้อง ก่อนฟ้องก็ต้องนำพระธัมมชโยมา เพราะการส่งฟ้องศาลโดยไม่มีตัวผู้ต้องหาไม่ได้ทั้งนี้ ขั้นตอนของการส่งสำนวนยังไม่มีตัวผู้ต้องหากระทำได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมหากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำตัวพระธัมมชโยมาส่งฟ้องศาลได้ ก็ต้องพักคดีไว้ก่อน จนกว่าจะจับกุมผู้ต้องหามาได้ ซึ่งคดีนี้มีอายุความ 15 ปีหากเจ้าหน้าที่เข้าไปในวัดเพื่อควบคุมตัว แต่ไม่เจอตัว นั่นแสดงว่า ผู้ต้องหาหลบหนีออกไปนอกประเทศแล้ว อย่างไรก็ต้อง ติดตามดูกันต่อไปว่า เจ้าหน้าที่จะพบตัวผู้ต้องหาหรือไม่ ถ้าพบตัวก็ต้องให้สละสมณเพศ